ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
Part 117 ก่อนเรียน PCQI

การทวนสอบและการตรวจความใช้ได้
ตาม 21 CFR 117.155 และ 117.160

5 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ซีรีส์ อ่าน 21 CFR Part 117 ก่อนเข้าเรียน PCQI · ตอนที่ 15 จาก 20 · ดูสารบัญทั้งหมด

เรียบเรียงโดย SP Solution Center — ไม่ใช่เอกสารของ U.S. FDA หรือ FSPCA และเราไม่ได้รับมอบอำนาจจากหน่วยงานใด ทุกข้อระบุเลขมาตราไว้ให้เปิดตัวบทฉบับจริงตรวจสอบได้

สองคำนี้แปลเป็นไทยแล้วฟังคล้ายกันจนใช้สลับกันทั้งวงการ แต่ 21 CFR 117.155 และ 117.160 ให้ความหมายต่างกันชัดเจน และที่สำคัญกว่านั้นคือ 117.160(c) ระบุไว้ว่ามาตรการควบคุมส่วนใหญ่ไม่ต้องทำ validation ซึ่งประหยัดงานให้โรงงานได้มาก ถ้ารู้

วิธีจำที่ใช้ได้จริง

Validation ถามว่า “วิธีนี้ใช้ได้จริงไหม” — ทำตอนออกแบบ และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง

Verification ถามว่า “เราทำตามที่ออกแบบไว้จริงไหม” — ทำซ้ำอย่างต่อเนื่องตลอดการผลิต

1. การทวนสอบ — 117.155

สรุปจาก 21 CFR 117.155(a) ด้วยถ้อยคำของเรา

กิจกรรมการทวนสอบต้องประกอบด้วยตามความเหมาะสมกับลักษณะของมาตรการควบคุม และบทบาทของมาตรการนั้นในระบบความปลอดภัยอาหาร

(1) การตรวจความใช้ได้ (validation) ตาม 117.160
(2) การทวนสอบว่ามีการเฝ้าระวังตามที่กำหนดจริง ตาม 117.140 และ 117.145
(3) การทวนสอบว่ามีการตัดสินใจเรื่องการดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสม ตาม 117.140 และ 117.150
(4) การทวนสอบการนำไปปฏิบัติและประสิทธิผล ตาม 117.165
(5) การทบทวนแผนใหม่ ตาม 117.170

(b) กิจกรรมการทวนสอบทั้งหมดต้องจัดทำเป็นเอกสารในรูปของบันทึก

สังเกตว่า validation อยู่ใน (a)(1) คือเป็นส่วนหนึ่งของการทวนสอบ ตัวบทจัดโครงไว้แบบนี้ ซึ่งต่างจากที่หลายคนเข้าใจว่าสองอย่างนี้แยกกันคนละเรื่อง
โครงที่ถูกคือ verification เป็นร่ม และ validation เป็นหนึ่งในห้ากิจกรรมใต้ร่มนั้น

2. กิจกรรมการทวนสอบที่โรงงานทำจริง

ตัวบทไม่ได้ระบุรายการกิจกรรมไว้เป็นข้อ ๆ รายการข้างล่างนี้เป็นสิ่งที่เราพบว่าถูกใช้บ่อยจากงานที่ปรึกษาของเรา โดยจัดให้ตรงกับข้อย่อยของ 117.155(a)

ตรงกับข้อกิจกรรมที่ทำจริง
(a)(1) validation ศึกษาการกระจายความร้อน · หาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับค่าที่ใช้ · ทดสอบท้าทายด้วยเชื้อ (challenge study)
(a)(2) ทวนสอบการเฝ้าระวัง การสอบเทียบเครื่องมือวัด · การตรวจว่าบันทึกการเฝ้าระวังถูกกรอกครบและตรงเวลา · การสังเกตการปฏิบัติหน้างานว่าตรงกับขั้นตอนที่เขียนไว้
(a)(3) ทวนสอบการตัดสินใจแก้ไข ทบทวนบันทึกการแก้ไขว่าครบทั้งสี่ข้อตาม 117.150(a)(2) หรือไม่ · ตรวจว่าของที่ได้รับผลกระทบถูกจัดการตามที่บันทึกไว้จริง
(a)(4) ทวนสอบการนำไปปฏิบัติและประสิทธิผล การทดสอบสินค้าสำเร็จรูป · การเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม · การทบทวนบันทึกภายใน 7 วันทำการ ตาม 117.165(a)(4)
(a)(5) ทบทวนแผนใหม่ตาม 117.170 — อยู่ในตอนที่ 16

3. การตรวจความใช้ได้ — 117.160(a)

สรุปจาก 21 CFR 117.160(a) ด้วยถ้อยคำของเรา

ต้องตรวจความใช้ได้ว่ามาตรการควบคุมเชิงป้องกันที่ระบุและนำไปปฏิบัติตาม 117.135 เพียงพอที่จะควบคุมอันตรายนั้นได้ ตามความเหมาะสมกับลักษณะของมาตรการและบทบาทของมาตรการนั้นในระบบ

และตัวบทระบุว่าวิธีการตรวจความใช้ได้คือการหาและประเมินหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และทางเทคนิค หรือถ้าไม่มีหลักฐานนั้นหรือหลักฐานไม่เพียงพอ ก็ให้ทำการศึกษาเอง

4. ใครทำ และต้องทำเมื่อใด — 117.160(b)

ประเด็นตัวบทกำหนดว่า
ใครทำ PCQI เป็นผู้ทำ หรือเป็นผู้กำกับดูแล
ทำเมื่อใด — ทางที่หนึ่ง ก่อนนำแผนความปลอดภัยอาหารไปใช้
ทางที่สอง ภายใน 90 วันตามปฏิทินนับจากวันที่เริ่มผลิตอาหารนั้นเป็นครั้งแรก ถ้าแสดงได้ว่ามาตรการควบคุมสามารถนำไปใช้ได้ตามที่ออกแบบไว้
ทางที่สาม ภายในกรอบเวลาที่สมเหตุสมผล โดยPCQI ต้องจัดทำหรือกำกับการจัดทำ คำอธิบายเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับกรอบเวลาที่เกิน 90 วันตามปฏิทิน
ต้องทำซ้ำเมื่อใด · เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงมาตรการควบคุมหรือชุดของมาตรการควบคุม ซึ่งอาจกระทบว่ามาตรการนั้นจะยังควบคุมอันตรายได้ผลหรือไม่
· เมื่อการทบทวนแผนใหม่ชี้ว่าจำเป็นต้องทำ
ทางที่สามคือช่องที่ช่วยโรงงานได้จริง แต่มีเงื่อนไข

ถ้าการหาหลักฐานต้องใช้เวลานานกว่า 90 วัน เช่น ต้องส่งตัวอย่างไปทำ challenge study ที่ห้องปฏิบัติการต่างประเทศ ตัวบทเปิดทางให้ใช้เวลานานกว่านั้นได้
แต่ต้องเขียนคำอธิบายไว้ล่วงหน้า และต้องเป็น PCQI เป็นผู้เขียนหรือกำกับ — ไม่ใช่อธิบายในภายหลังเมื่อผู้ตรวจสอบถามว่าเหตุใดจึงยังไม่เสร็จ
คำอธิบายที่ใช้ได้ต้องบอกเหตุผล กรอบเวลาที่คาดว่าจะเสร็จ และมาตรการชั่วคราวระหว่างนั้น

5. อะไรบ้างที่ไม่ต้องทำ validation — 117.160(c)

สรุปจาก 21 CFR 117.160(c) ด้วยถ้อยคำของเรา

ไม่ต้องทำ validation สำหรับ

1. มาตรการควบคุมสารก่อภูมิแพ้ ตาม 117.135(c)(2)
2. มาตรการควบคุมสุขาภิบาล ตาม 117.135(c)(3)
3. แผนเรียกคืนสินค้า ตาม 117.139
4. โปรแกรมห่วงโซ่อุปทาน ตาม subpart G
5. มาตรการควบคุมเชิงป้องกันอื่น ถ้า PCQI จัดทำหรือกำกับการจัดทำ คำอธิบายเป็นลายลักษณ์อักษรว่าการทำ validation ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการนั้น

ข้อนี้ประหยัดงานได้มากที่สุดในทั้ง subpart C

ในทางปฏิบัติแปลว่า มีเพียงมาตรการควบคุมกระบวนการตาม (c)(1) เท่านั้นที่ต้องทำ validation เต็มรูปแบบ ส่วนอีกห้ากลุ่มไม่ต้อง
โรงงานที่ไม่รู้ข้อนี้มักเสียเวลาไปกับการพยายามหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ มารองรับโปรแกรมทำความสะอาดและระเบียบเรื่องสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งตัวบทไม่ได้ขอ
สิ่งที่ตัวบทขอสำหรับสองกลุ่มนั้นคือการเฝ้าระวัง การแก้ไข และการทวนสอบ ตาม 117.140(a) เท่านั้น

ข้อ 5 คือทางออกที่ควรใช้อย่างระวัง ตัวบทเปิดให้ PCQI เขียนเหตุผลว่า validation ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการนั้นได้ แต่ต้องเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอ เช่น มาตรการนั้นเป็นการคัดแยกด้วยสายตาซึ่งไม่มีพารามิเตอร์ให้ตรวจความใช้ได้
เหตุผลที่ใช้ไม่ได้คือ “ยังไม่มีเวลา” หรือ “ทำแล้วไม่คุ้ม” — สองอย่างนั้นเป็นเรื่องของกรอบเวลาตาม (b) ไม่ใช่เรื่องของการยกเว้นตาม (c)

6. ตัวอย่างที่แยกให้เห็นชัด

สถานการณ์เป็นอะไรเพราะ
ทำการศึกษาการกระจายความร้อนในหม้อฆ่าเชื้อ เพื่อยืนยันว่า 121 องศา 15 นาที ฆ่าเชื้อได้จริง Validationเป็นการหาหลักฐานว่าวิธีที่เลือกใช้ได้ผลจริง
สอบเทียบเทอร์โมมิเตอร์ของหม้อฆ่าเชื้อทุก 6 เดือน Verification ตาม (a)(2)เป็นการยืนยันว่าเครื่องมือที่ใช้เฝ้าระวังยังเชื่อถือได้
หัวหน้าแผนกเซ็นทบทวนบันทึกการฆ่าเชื้อภายใน 7 วันทำการ Verification ตาม (a)(4)เป็นการทวนสอบการนำไปปฏิบัติตาม 117.165
ส่งตัวอย่างสินค้าสำเร็จรูปตรวจเชื้อทุกเดือน Verification ตาม (a)(4)เป็นการทวนสอบประสิทธิผลของระบบโดยรวม
เปลี่ยนขนาดกระป๋องจาก 200 กรัมเป็น 400 กรัม ต้อง validate ใหม่ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจกระทบว่ามาตรการจะยังควบคุมอันตรายได้ผลหรือไม่ ตาม 117.160(b)
เปลี่ยนน้ำยาทำความสะอาดยี่ห้อใหม่ ไม่ต้อง validate เป็นมาตรการควบคุมสุขาภิบาล ซึ่งได้รับยกเว้นตาม 117.160(c) — แต่ยังต้องเฝ้าระวังและทวนสอบตามปกติ
เตรียมไปวันเรียน รวบรวมสามอย่างนี้มา

รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์สอนของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ FSPCA และไม่ใช่เงื่อนไขการเข้าอบรม ไม่มีก็เรียนได้ แต่มีแล้วจะทำ workshop ได้เร็วกว่ามาก

เรียนกับเรา PCQI — FSPCA Preventive Controls for Human Food (PCHF) Version 2.0

บรรยายภาษาไทย เรียนสดกับ FSPCA Lead Instructor ทำ workshop กับสายการผลิตของคุณเอง ซีรีส์นี้อ่านฟรีได้ครบทุกตอน ไม่มีการสงวนเนื้อหาส่วนใดไว้เฉพาะในหลักสูตร

สารบัญPart 117 ทั้ง 20 ตอน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อสรุปสาระสำคัญให้เข้าใจง่าย ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของกฎหมายฉบับใด และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การปฏิบัติจริงให้ยึดตัวบทฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: 21 CFR Part 117 ฉบับเต็มบน eCFR

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ฝึกอบรม · Part 117 และ PCQI อ่านข้อกำหนดจบแล้ว ขั้นต่อไปคือมีผู้ผ่านการอบรมตามที่กฎหมายกำหนด

การอ่านข้อกำหนดทำให้เข้าใจว่าต้องทำอะไร แต่กฎหมายยังกำหนดให้โรงงานต้องมีผู้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ยอมรับ เพื่อทำหน้าที่จัดทำและทบทวนแผนควบคุมเชิงป้องกัน

ดูหลักสูตร PCQI → แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา หรือให้เราช่วยทบทวนแผนที่ทำไว้แล้วผ่าน งานที่ปรึกษา

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ โปรดติดต่อเรา

เล่าให้เราฟังว่าโรงงานของคุณผลิตอะไร และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ