ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
Part 117 ก่อนเรียน PCQI

การดำเนินการแก้ไขและการแก้ไข
ตาม 21 CFR 117.150

5 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ซีรีส์ อ่าน 21 CFR Part 117 ก่อนเข้าเรียน PCQI · ตอนที่ 14 จาก 20 · ดูสารบัญทั้งหมด

เรียบเรียงโดย SP Solution Center — ไม่ใช่เอกสารของ U.S. FDA หรือ FSPCA และเราไม่ได้รับมอบอำนาจจากหน่วยงานใด ทุกข้อระบุเลขมาตราไว้ให้เปิดตัวบทฉบับจริงตรวจสอบได้

21 CFR 117.150 เป็นมาตราที่แยกคำสองคำที่โรงงานไทยใช้ปนกันมาตลอด — correction กับ corrective action ซึ่งตัวบทให้ผลทางเอกสารต่างกัน และเป็นมาตราที่มีวรรคหนึ่งซึ่งบังคับให้ทบทวนแผนความปลอดภัยอาหารใหม่ ทั้งที่หลายคนคิดว่าการทบทวนแผนเป็นเรื่องรอบสามปีเท่านั้น

1. สองกรณีที่ต้องเขียนขั้นตอนไว้ล่วงหน้า — 117.150(a)(1)

สรุปจาก 21 CFR 117.150(a)(1) ด้วยถ้อยคำของเรา

ต้องจัดทำและนำไปปฏิบัติซึ่งขั้นตอนการดำเนินการแก้ไขที่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งต้องครอบคลุมอย่างน้อยสองกรณี

(i) การพบเชื้อก่อโรค หรือจุลินทรีย์บ่งชี้ที่เหมาะสม ในผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภค

(ii) การพบเชื้อก่อโรคในสิ่งแวดล้อม หรือจุลินทรีย์บ่งชี้ที่เหมาะสม จากการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม

สองกรณีนี้ตัวบทระบุชื่อไว้อย่างชัดเจน

แปลว่าโรงงานที่ทำอาหารพร้อมบริโภคหรือมีโปรแกรมเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม ต้องเขียนขั้นตอนไว้ก่อนที่จะพบผลบวก ไม่ใช่เริ่มคิดเมื่อผลออกมาแล้ว
ขั้นตอนนั้นต้องตอบได้ว่าจะขยายการเก็บตัวอย่างอย่างไร จะกักของล็อตไหนบ้าง จะตัดสินอย่างไรว่าล็อตไหนปล่อยได้ และใครมีอำนาจตัดสิน
โรงงานที่ไม่มีขั้นตอนนี้แล้วพบผลบวกจริง มักตัดสินใจภายใต้แรงกดดันด้านการส่งมอบ ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม

2. สี่สิ่งที่การดำเนินการแก้ไขต้องทำให้ได้ — 117.150(a)(2)

ตัวบทกำหนดว่าคำถามที่บันทึกต้องตอบได้
(i)ดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อระบุและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดอะไรขึ้น · แก้อย่างไร · เมื่อใด
(ii)ดำเนินการที่เหมาะสมเมื่อจำเป็น เพื่อลดโอกาสที่ปัญหาจะเกิดซ้ำ สาเหตุรากคืออะไร · แก้ที่สาเหตุอย่างไร · ใครติดตามผล
(iii)ประเมินความปลอดภัยของอาหารที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด ล็อตไหนบ้างที่ได้รับผลกระทบ · ใช้เกณฑ์อะไรตัดสิน · ใครเป็นผู้ประเมิน
(iv)ป้องกันไม่ให้อาหารที่ได้รับผลกระทบเข้าสู่ท้องตลาด ถ้าไม่สามารถมั่นใจได้ว่าปลอดภัย ของถูกกักอย่างไร · ระบุสถานะอย่างไร · ใครมีอำนาจปล่อย

ข้อ (iii) และ (iv) คือส่วนที่มักหายไปจากบันทึก บันทึกส่วนใหญ่ที่เราเห็นมีแต่ (i) และบางครั้งมี (ii) แต่ไม่ได้เขียนว่าประเมินของที่ได้รับผลกระทบอย่างไร และของนั้นถูกจัดการอย่างไรต่อ
นี่คือคำถามแรกที่ผู้ตรวจถามเมื่อเปิดเจอบันทึกการแก้ไข — “แล้วของที่ผลิตในช่วงนั้นไปไหน” ถ้าตอบไม่ได้ ปัญหาจะไม่จบที่ข้อบกพร่องข้อเดียว

3. ปัญหาที่ไม่ได้คาดไว้ล่วงหน้า — 117.150(b)

สรุปจาก 21 CFR 117.150(b) ด้วยถ้อยคำของเรา

(b)(1) — วรรคนี้ใช้เมื่อ
· มาตรการควบคุมไม่ถูกนำไปปฏิบัติอย่างถูกต้อง โดยไม่มีขั้นตอนที่เขียนไว้ล่วงหน้ารองรับ หรือ
· มาตรการควบคุมหรือแผนความปลอดภัยอาหารพบว่าไม่ได้ผล หรือ
· การทบทวนบันทึกพบว่าบันทึกไม่ครบถ้วน หรือพบการไม่เป็นไปตามข้อกำหนด

(b)(2) — ในกรณีเหล่านั้นต้องดำเนินการแก้ไขตาม (a)(2) และทบทวนแผนความปลอดภัยอาหารใหม่เมื่อเหมาะสม

วรรคนี้เชื่อมกับ 117.170 เรื่องการทบทวนแผน

หลายคนเข้าใจว่าการทบทวนแผนความปลอดภัยอาหารเป็นเรื่องของรอบสามปีเท่านั้น ตาม 117.170 — ไม่ใช่
117.150(b)(2) เป็นหนึ่งในเหตุที่ทำให้ต้องทบทวนแผนก่อนครบรอบ และเหตุนั้นคือการพบว่ามาตรการควบคุมหรือแผนไม่ได้ผล
ซึ่งแปลว่าทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดไว้ ต้องถามด้วยว่าแผนต้องแก้หรือไม่ ไม่ใช่เพียงแก้ปัญหาหน้างานแล้วถือว่าเสร็จสิ้น

4. การแก้ไข (corrections) ต่างจากการดำเนินการแก้ไขอย่างไร — 117.150(c)

Correction
การแก้ไข
Corrective action
การดำเนินการแก้ไข
นิยามตาม 117.3 การระบุและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการผลิต โดยไม่มีการดำเนินการอื่นที่ผูกกับการดำเนินการแก้ไข ชุดการดำเนินการที่ครอบคลุมทั้งสี่ข้อใน 117.150(a)(2)
ใช้เมื่อใด เมื่อแก้ได้ทันเวลาสำหรับปัญหาของมาตรการควบคุมสารก่อภูมิแพ้หรือสุขาภิบาล หรือเมื่อเป็นปัญหาเล็กและเกิดเฉพาะจุด ซึ่งไม่กระทบความปลอดภัยของสินค้าโดยตรง ทุกกรณีอื่น รวมถึงเมื่อสงสัยว่ากระทบความปลอดภัยของสินค้า
ตัวอย่าง เห็นเศษพลาสติกบนสายพานแล้วหยิบออกทันที · พบว่าลืมเปลี่ยนถุงมือระหว่างเปลี่ยนสูตร จึงสั่งเปลี่ยนทันทีก่อนของไหลต่อ พบว่าฝาครอบเครื่องแตกจึงเป็นที่มาของเศษ แล้วเปลี่ยนฝา ตรวจย้อนหลังทั้งล็อต และเพิ่มการตรวจฝาในรอบประจำ
ต้องบันทึกหรือไม่ เมื่อเหมาะสม — ตัวบทใช้คำว่า when appropriate ต้องบันทึกทุกครั้ง
สรุปจาก 21 CFR 117.150(d) ด้วยถ้อยคำของเรา

การดำเนินการแก้ไขทั้งหมด และการแก้ไขเมื่อเหมาะสม ต้องจัดทำเป็นเอกสารในรูปของบันทึก

เส้นแบ่งอยู่ที่คำว่า “แก้ได้ทันเวลา” และ “ไม่กระทบความปลอดภัยโดยตรง” ถ้าของไหลผ่านจุดนั้นไปแล้ว หรือถ้ายังตอบไม่ได้ว่ากระทบหรือไม่ ให้ถือว่าเป็น corrective action เต็มรูปแบบไว้ก่อน
เหตุผลง่าย ๆ คือการเขียนเป็น correction แล้วภายหลังพบว่ากระทบ จะกลายเป็นปัญหาสองชั้น คือทั้งเรื่องความปลอดภัยและเรื่องความน่าเชื่อถือของเอกสาร

5. บันทึกที่ตอบข้อกำหนดได้ครบต้องมีอะไร

ตัวบทกำหนดเฉพาะว่าต้องมีบันทึก ไม่ได้กำหนดรูปแบบ รายการข้างล่างนี้เป็นสิ่งที่เราพบว่าถูกขอบ่อยจากงานที่ปรึกษาของเรา

เตรียมไปวันเรียน เตรียมสองสิ่งนี้มาด้วย

รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์สอนของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ FSPCA และไม่ใช่เงื่อนไขการเข้าอบรม ไม่มีก็เรียนได้ แต่มีแล้วจะทำ workshop ได้เร็วกว่ามาก

เรียนกับเรา PCQI — FSPCA Preventive Controls for Human Food (PCHF) Version 2.0

บรรยายภาษาไทย เรียนสดกับ FSPCA Lead Instructor ทำ workshop กับสายการผลิตของคุณเอง ซีรีส์นี้อ่านฟรีได้ครบทุกตอน ไม่มีการสงวนเนื้อหาส่วนใดไว้เฉพาะในหลักสูตร

สารบัญPart 117 ทั้ง 20 ตอน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อสรุปสาระสำคัญให้เข้าใจง่าย ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของกฎหมายฉบับใด และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การปฏิบัติจริงให้ยึดตัวบทฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: 21 CFR Part 117 ฉบับเต็มบน eCFR

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ฝึกอบรม · Part 117 และ PCQI อ่านข้อกำหนดจบแล้ว ขั้นต่อไปคือมีผู้ผ่านการอบรมตามที่กฎหมายกำหนด

การอ่านข้อกำหนดทำให้เข้าใจว่าต้องทำอะไร แต่กฎหมายยังกำหนดให้โรงงานต้องมีผู้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ยอมรับ เพื่อทำหน้าที่จัดทำและทบทวนแผนควบคุมเชิงป้องกัน

ดูหลักสูตร PCQI → แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา หรือให้เราช่วยทบทวนแผนที่ทำไว้แล้วผ่าน งานที่ปรึกษา

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ