ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
Part 117 ก่อนเรียน PCQI

โปรแกรมห่วงโซ่อุปทาน
ตาม Subpart G · 117.405 ถึง 117.475

5 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ซีรีส์ อ่าน 21 CFR Part 117 ก่อนเข้าเรียน PCQI · ตอนที่ 20 จาก 20 · ดูสารบัญทั้งหมด

เรียบเรียงโดย SP Solution Center — ไม่ใช่เอกสารของ U.S. FDA หรือ FSPCA และเราไม่ได้รับมอบอำนาจจากหน่วยงานใด ทุกข้อระบุเลขมาตราไว้ให้เปิดตัวบทฉบับจริงตรวจสอบได้

ตอนสุดท้ายของซีรีส์ — subpart G คือหมวดที่ผู้ส่งออกไทยพบบ่อยที่สุดในทางปฏิบัติ แต่มักพบจากอีกด้าน คือเป็นฝ่ายถูกตรวจประเมิน ไม่ใช่ฝ่ายที่ตรวจคนอื่น
การอ่านหมวดนี้ให้เข้าใจจึงมีค่าสองต่อ — รู้ว่าต้องทำอะไรกับผู้ส่งมอบของเราเอง และรู้ว่าทำไมลูกค้าอเมริกันถึงขอเอกสารชุดนั้นจากเรา

1. เมื่อใดที่ต้องมีโปรแกรมห่วงโซ่อุปทาน — 117.405

สรุปจาก 21 CFR 117.405 ด้วยถ้อยคำของเรา

โรงงานผู้รับ (receiving facility) ต้องจัดทำโปรแกรมห่วงโซ่อุปทานเชิงความเสี่ยง ที่เป็นลายลักษณ์อักษร สำหรับวัตถุดิบและส่วนผสมที่มีอันตรายซึ่งต้องใช้มาตรการควบคุม ที่ใช้ในห่วงโซ่อุปทาน (supply-chain-applied control)

ข้อยกเว้นที่สำคัญ

คำว่า supply-chain-applied control คือหัวใจ ตาม 117.3 หมายถึงมาตรการควบคุมสำหรับอันตรายในวัตถุดิบ ซึ่งถูกควบคุมก่อนที่เราจะรับของเข้ามา
ถ้าอันตรายนั้นเราควบคุมเองในโรงงาน เช่น เชื้อในวัตถุดิบที่เราจะฆ่าด้วยความร้อนอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องมีโปรแกรมห่วงโซ่อุปทานสำหรับอันตรายนั้น — จุดนี้ลดภาระได้มาก และเป็นเหตุผลที่ต้องทำการวิเคราะห์อันตรายให้จบก่อน จึงจะรู้ว่าต้องทำ subpart G แค่ไหน

2. โปรแกรมต้องมีอะไร — 117.410

  1. ใช้ผู้ส่งมอบที่ผ่านการอนุมัติ ตาม 117.420
  2. กำหนดกิจกรรมการทวนสอบผู้ส่งมอบที่เหมาะสมและความถี่ ตาม 117.425
  3. ดำเนินกิจกรรมการทวนสอบนั้น ตาม 117.430 และ 117.435
  4. จัดทำเอกสารกิจกรรมทั้งหมด ตาม 117.475
  5. ทวนสอบมาตรการที่ใช้ในห่วงโซ่อุปทานซึ่งผู้อื่นที่ไม่ใช่ผู้ส่งมอบเป็นผู้ใช้

กิจกรรมการทวนสอบที่ตัวบทยอมรับ

กิจกรรมข้อสังเกต
การตรวจประเมิน ณ สถานที่ของผู้ส่งมอบ (onsite audit) เข้มที่สุด · ต้องทำโดย qualified auditor ตาม 117.435
การสุ่มและทดสอบวัตถุดิบหรือส่วนผสม ต้องบันทึกวิธีวิเคราะห์และห้องปฏิบัติการที่ใช้
การทบทวนบันทึกด้านความปลอดภัยอาหารที่เกี่ยวข้องของผู้ส่งมอบ เบากว่าการตรวจประเมิน แต่ต้องบันทึกว่าดูอะไรบ้างและสรุปอย่างไร
กิจกรรมอื่นที่เหมาะสม ตัดสินจากผลงานของผู้ส่งมอบและความเสี่ยง

ปัจจัยที่ต้องพิจารณาตอนอนุมัติผู้ส่งมอบ

มีชุดย่อสำหรับผู้ส่งมอบสามประเภท — ถ้าผู้ส่งมอบเป็น qualified facility · ฟาร์มที่ไม่อยู่ใต้ Part 112 · ผู้ผลิตไข่ที่มีแม่ไก่ไข่น้อยกว่า 3,000 ตัว ตัวบทให้พิจารณาเฉพาะประวัติการปฏิบัติตามกฎเท่านั้น ไม่ต้องดูปัจจัยอื่นทั้งหมด

3. อะไรที่รับจากผู้ส่งมอบไม่ได้ — 117.415

สี่อย่างที่ตัวบทห้ามชัดเจน

โรงงานผู้รับรับสิ่งเหล่านี้จากผู้ส่งมอบมาใช้แทนการทวนสอบของตัวเองไม่ได้
· การที่ผู้ส่งมอบกำหนดเองว่ากิจกรรมการทวนสอบที่เหมาะสมคืออะไร
· การตรวจประเมินตนเองของผู้ส่งมอบ
· การที่ผู้ส่งมอบทบทวนบันทึกของตัวเอง
· การที่ผู้ส่งมอบทำกิจกรรมการทวนสอบอื่นให้ตัวเอง

ข้อยกเว้นข้อเดียว — รายงานการตรวจประเมินโดยบุคคลที่สาม ใช้ได้ ตาม 117.430(f) และ 117.435

ข้อนี้อธิบายว่าทำไมผู้นำเข้าอเมริกันถึงไม่รับใบรับรองตนเองของเรา และทำไมเขาถึงยืนยันจะส่งคนมาตรวจหรือขอรายงานจาก certification body ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจ แต่เพราะตัวบทห้ามไว้
สิ่งที่โรงงานไทยทำได้เพื่อลดภาระคือเตรียมรายงานการตรวจประเมินจากบุคคลที่สามที่มีอยู่แล้ว เช่น FSSC 22000 หรือ BRCGS ให้พร้อม แล้วชี้ให้เห็นว่าครอบคลุมอันตรายที่เขากังวลอย่างไร

4. กฎที่เข้มที่สุด — อันตรายระดับ SAHCODHA

สรุปจาก 21 CFR 117.430 ด้วยถ้อยคำของเรา

เมื่ออันตรายในวัตถุดิบหรือส่วนผสมจะถูกควบคุมโดยผู้ส่งมอบ และเป็นอันตรายที่มีความน่าจะเป็นตามสมควรว่าการสัมผัสจะก่อผลร้ายแรงต่อสุขภาพหรือถึงแก่ชีวิต (SAHCODHA)

ต้องทำการตรวจประเมิน ณ สถานที่ของผู้ส่งมอบ ก่อนใช้วัตถุดิบนั้นครั้งแรก และอย่างน้อยปีละครั้งหลังจากนั้น

ข้อยกเว้น — ใช้กิจกรรมอื่นแทน หรือตรวจประเมินถี่น้อยกว่านั้นได้ ถ้าจัดทำเอกสารการพิจารณาเป็นลายลักษณ์อักษรว่ากิจกรรมนั้นให้ความมั่นใจอย่างเพียงพอ

การใช้ผลการตรวจของหน่วยงานรัฐแทนการตรวจประเมิน — 117.435

สรุปจาก 21 CFR 117.435 ด้วยถ้อยคำของเรา

ใช้ผลการตรวจที่เหมาะสมเป็นลายลักษณ์อักษรแทนการตรวจประเมินได้ ถ้าการตรวจนั้นเกิดขึ้นภายใน 1 ปีก่อนกำหนดที่ต้องตรวจประเมิน โดยผลนั้นต้องมาจาก

· FDA หรือหน่วยงานรัฐบาลกลางอื่นของสหรัฐฯ หรือหน่วยงานระดับรัฐ ท้องถิ่น หรือชนเผ่า
· สำหรับผู้ส่งมอบต่างประเทศ — การตรวจโดย FDA หรือการตรวจโดยหน่วยงานความปลอดภัยอาหารของประเทศนั้น ซึ่ง FDA รับรองอย่างเป็นทางการว่าเทียบเคียงหรือเทียบเท่าได้

ข้อนี้ใช้กับผลตรวจของ อย. ไทยไม่ได้

ตัวบทกำหนดว่าสำหรับผู้ส่งมอบต่างประเทศ ต้องเป็นการตรวจโดย FDA เอง หรือโดยหน่วยงานของประเทศที่FDA รับรองอย่างเป็นทางการว่าระบบเทียบเคียงหรือเทียบเท่าได้
ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศที่ FDA รับรองระบบตามช่องทางนี้ ดังนั้นผลการตรวจของ อย. จึงใช้แทนการตรวจประเมิน ณ สถานที่ไม่ได้
นี่คือเหตุผลที่ผู้นำเข้าอเมริกันยังยืนยันขอรายงานตรวจประเมินจากบุคคลที่สามหรือส่งคนมาตรวจเอง แม้โรงงานจะผ่าน อย. และมี GMP 420 ครบแล้ว

ข้อห้ามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

ตัวบทระบุว่าต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเงินที่มีอิทธิพลต่อผลของกิจกรรมการทวนสอบ และค่าตอบแทนต้องไม่ผูกกับผลของการทวนสอบ

5. บันทึกที่ต้องมี — 117.475

ตัวบทระบุรายการไว้ยาว ที่ควรจำคือทุกกิจกรรมที่ทำต้องมีบันทึกที่ตอบได้ว่า ทำอะไร เมื่อใด ใครทำ สรุปอย่างไร และแก้ไขอะไรตามมา

กิจกรรมบันทึกต้องมีอย่างน้อย
การตรวจประเมิน ณ สถานที่ ชื่อผู้ส่งมอบ · ขั้นตอนการตรวจ · วันที่ · ข้อสรุป · การแก้ไขที่ตามมา · เอกสารยืนยันว่าผู้ตรวจเป็น qualified auditor
การสุ่มและทดสอบ ข้อมูลระบุวัตถุดิบ · เลขล็อต · รายการทดสอบ · วิธีวิเคราะห์ · วันที่ · ผล · การแก้ไข · ชื่อห้องปฏิบัติการ
การทบทวนบันทึกของผู้ส่งมอบ ชื่อผู้ส่งมอบ · วันที่ทบทวน · บันทึกที่ดู · ข้อสรุป · การแก้ไข
การใช้กิจกรรมอื่นแทนการตรวจประจำปี เอกสารการพิจารณาเป็นลายลักษณ์อักษรตาม 117.430
คำรับรองจากผู้ส่งมอบประเภทพิเศษ คำรับรองของ qualified facility · ฟาร์มที่ไม่อยู่ใต้ Part 112 · ผู้ผลิตไข่รายเล็ก

117.475 กำหนดให้ทบทวนบันทึกของ subpart G ตาม 117.165(a)(4) ซึ่งเป็นข้อ (ii) ที่ใช้กรอบเวลา “ภายในเวลาที่สมเหตุสมผล” ไม่ใช่ 7 วันทำการ — ตรงกับที่อธิบายไว้ในตอนที่ 16

6. ปิดซีรีส์ — สิ่งที่ควรนำติดตัวเข้าห้องเรียน

ยี่สิบตอนนี้สรุปได้เป็นสี่ประโยค

  1. Part 117 เป็นกฎหมาย ไม่ใช่มาตรฐานสมัครใจ ไม่ทำตามแล้วอาหารเข้าข่ายเป็นของเสื่อมคุณภาพ ไม่ใช่เพียงใบรับรองมีปัญหา
  2. ข้อยกเว้นเกือบทั้งหมดยกเว้นให้เพียง subpart C และ G — สุขลักษณะที่ดีในการผลิตกับข้อกำหนดเรื่องบันทึกยังใช้เสมอ
  3. CCP เป็นเซตย่อยของมาตรการควบคุมเชิงป้องกัน และสามกลุ่มที่ระบบเดิมจัดไว้เป็นโปรแกรมพื้นฐาน คือสารก่อภูมิแพ้ สุขาภิบาล และห่วงโซ่อุปทาน ถูกยกขึ้นมาเป็นมาตรการเต็มตัว
  4. สิ่งที่ตัวบทให้ค่ามากที่สุดคือเหตุผลที่บันทึกไว้ — ทั้งเหตุผลที่ตัดอันตรายออก เหตุผลที่ไม่ต้อง validate เหตุผลที่ใช้กรอบเวลานานกว่าที่กำหนด และเหตุผลที่สรุปว่าไม่ต้องแก้แผน ข้อที่ตอบว่า “ไม่” สำคัญกว่าข้อที่ตอบว่า “ใช่” เสมอ
เตรียมไปวันเรียน สรุปสิ่งที่ควรนำไปในวันแรก จากทั้ง 20 ตอน

รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์สอนของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ FSPCA และไม่ใช่เงื่อนไขการเข้าอบรม ไม่มีก็เรียนได้ แต่มีแล้วจะทำ workshop ได้เร็วกว่ามาก

เตรียมไปวันเรียน เตรียมสามอย่างนี้ ใช้ได้ทั้งเมื่อเรียนและเมื่อหารือกับผู้นำเข้า

รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์สอนของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ FSPCA และไม่ใช่เงื่อนไขการเข้าอบรม ไม่มีก็เรียนได้ แต่มีแล้วจะทำ workshop ได้เร็วกว่ามาก

เรียนกับเรา PCQI — FSPCA Preventive Controls for Human Food (PCHF) Version 2.0

บรรยายภาษาไทย เรียนสดกับ FSPCA Lead Instructor ทำ workshop กับสายการผลิตของคุณเอง ซีรีส์นี้อ่านฟรีได้ครบทุกตอน ไม่มีการสงวนเนื้อหาส่วนใดไว้เฉพาะในหลักสูตร

สารบัญPart 117 ทั้ง 20 ตอน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อสรุปสาระสำคัญให้เข้าใจง่าย ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของกฎหมายฉบับใด และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การปฏิบัติจริงให้ยึดตัวบทฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: 21 CFR Part 117 ฉบับเต็มบน eCFR

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ฝึกอบรม · Part 117 และ PCQI อ่านข้อกำหนดจบแล้ว ขั้นต่อไปคือมีผู้ผ่านการอบรมตามที่กฎหมายกำหนด

การอ่านข้อกำหนดทำให้เข้าใจว่าต้องทำอะไร แต่กฎหมายยังกำหนดให้โรงงานต้องมีผู้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ยอมรับ เพื่อทำหน้าที่จัดทำและทบทวนแผนควบคุมเชิงป้องกัน

ดูหลักสูตร PCQI → แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา หรือให้เราช่วยทบทวนแผนที่ทำไว้แล้วผ่าน งานที่ปรึกษา

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ โปรดติดต่อเรา

เล่าให้เราฟังว่าโรงงานของคุณผลิตอะไร และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ