เช็กลิสต์ชุดนี้มี 41 ข้อ แบ่งตามข้อกำหนดของ ISO 9001:2026 ตั้งแต่ข้อ 4 ถึงข้อ 10 พร้อมหมวดสุดท้ายที่เป็นหัวข้อเฉพาะของการเปลี่ยนผ่านจากฉบับปี 2015 ซึ่งไม่มีในเช็กลิสต์ทั่วไป ใช้เตรียมการตรวจติดตามภายใน หรือใช้ประเมินตนเองก่อนหน่วยรับรองมาก็ได้
สิ่งที่ตั้งใจให้ต่างจากเช็กลิสต์ที่หาได้ทั่วไปคือ คอลัมน์กลางไม่ได้บอกแค่ว่าต้องมีอะไร แต่บอกว่า จะตรวจอย่างไรให้เจอของจริง เพราะข้อบกพร่องส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่เอกสารไม่มี แต่อยู่ที่เอกสารมีแล้วไม่มีใครใช้
ก่อนใช้เช็กลิสต์ สามอย่างที่ต้องเตรียม
- ตัวเล่มมาตรฐานฉบับปี 2026 เพราะเช็กลิสต์อ้างหมายเลขข้อ แต่ไม่ได้แทนตัวบท เวลาคุยกับผู้ถูกตรวจว่าข้อนั้นหมายถึงอะไร ต้องเปิดตัวเล่มดูด้วยกัน
- ผลการตรวจรอบก่อนและสถานะการแก้ไข เพราะข้อที่พบซ้ำคือสัญญาณว่าการแก้ไขรอบก่อนยังไม่ได้ผล ซึ่งเป็นประเด็นที่หนักกว่าข้อบกพร่องใหม่
- รายชื่อการเปลี่ยนแปลงในรอบปี ทั้งเครื่องจักร บุคลากร ผู้ส่งมอบ และผลิตภัณฑ์ เพราะจุดที่เปลี่ยนคือจุดที่ระบบมักตามไม่ทัน
เช็กลิสต์ตรวจติดตามภายใน ISO 9001:2026 — 41 ข้อ
ช่องขวาสุดเว้นไว้ให้ทำเครื่องหมายระหว่างเดินตรวจ กดปุ่มด้านล่างเพื่อสั่งพิมพ์เฉพาะตาราง โดยไม่ติดเมนูและส่วนอื่นของหน้าเว็บ
1. ข้อ 4 บริบทขององค์กรและขอบเขตของระบบ
| สิ่งที่ต้องตรวจ | วิธีตรวจ / หลักฐานที่ขอดู | ผล |
|---|---|---|
| 01. บันทึกการวิเคราะห์บริบทเป็นฉบับปัจจุบัน และสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในปีนี้ | เทียบประเด็นในบันทึกกับเรื่องที่ที่ประชุมผู้บริหารพูดถึงจริงในรอบปี ถ้าไม่ตรงกันแปลว่าเอกสารไม่ถูกใช้ | |
| 02. พิจารณาแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกี่ยวข้องกับองค์กรหรือไม่ และบันทึกผลไว้ | ขอดูบันทึกการพิจารณา คำตอบว่าไม่เกี่ยวข้องก็ใช้ได้ ถ้ามีเหตุผลรองรับ | |
| 03. ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถูกแปลงเป็นข้อกำหนดที่ระบบต้องตอบ | สุ่มสองราย แล้วไล่ดูว่าความต้องการนั้นไปโผล่ที่ใดในระบบ เช่น ข้อกำหนดผลิตภัณฑ์หรือวัตถุประสงค์ | |
| 04. ขอบเขตของระบบระบุชัดว่าครอบคลุมกิจกรรม สถานที่ และผลิตภัณฑ์ใด และข้อยกเว้นมีเหตุผล | อ่านข้อความขอบเขต แล้วเดินดูหน้างานว่ามีกิจกรรมใดที่อยู่นอกขอบเขตโดยไม่ได้ตั้งใจ |
2. ข้อ 5 ภาวะผู้นำ วัฒนธรรมคุณภาพ และนโยบาย
| สิ่งที่ต้องตรวจ | วิธีตรวจ / หลักฐานที่ขอดู | ผล |
|---|---|---|
| 01. ผู้บริหารสูงสุดยกตัวอย่างการส่งเสริมวัฒนธรรมคุณภาพในรอบหกเดือนได้จริง (ข้อ 5.1.1) | สัมภาษณ์ผู้บริหารโดยตรง ขอตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง ไม่รับคำตอบที่เป็นเพียงข้อความในนโยบาย | |
| 02. มีหลักฐานการจัดสรรทรัพยากรให้งานคุณภาพ ที่เป็นการตัดสินใจซึ่งมีต้นทุน | ขอดูบันทึกอนุมัติงบทดสอบ งบซ่อมบำรุง หรือการเพิ่มอัตรากำลังในรอบปี | |
| 03. มีตัวอย่างการตัดสินใจเมื่อคุณภาพขัดกับกำหนดส่งหรือต้นทุน | ขอกรณีจริงหนึ่งถึงสองกรณี พร้อมผลการตัดสินและผู้อนุมัติ นี่คือข้อที่พิสูจน์วัฒนธรรมได้ตรงที่สุด | |
| 04. มีช่องทางให้พนักงานรายงานปัญหาคุณภาพโดยไม่ถูกลงโทษ และใช้งานได้จริง | ขอทะเบียนเรื่องที่รายงานเข้ามา ดูว่าเรื่องล่าสุดจบอย่างไร และผู้รายงานได้รับแจ้งกลับหรือไม่ | |
| 05. นโยบายคุณภาพสอดคล้องกับบริบทและสนับสนุนทิศทางเชิงกลยุทธ์ (ข้อ 5.2.1) | อ่านนโยบายคู่กับแผนกลยุทธ์ ถ้านโยบายใช้ได้กับทุกองค์กรในโลก แปลว่ายังไม่ผูกกับกลยุทธ์ | |
| 06. บทบาท หน้าที่ และอำนาจ ถูกสื่อสารและผู้รับผิดชอบรู้ตัวว่าต้องทำอะไร | สุ่มถามผู้รับผิดชอบสองคนว่าหน้าที่ของตนในระบบคืออะไร เทียบกับตารางบทบาท |
3. ข้อ 6 ความเสี่ยง โอกาส วัตถุประสงค์ และการเปลี่ยนแปลง
| สิ่งที่ต้องตรวจ | วิธีตรวจ / หลักฐานที่ขอดู | ผล |
|---|---|---|
| 01. ทะเบียนแยกการดำเนินการต่อความเสี่ยงออกจากการดำเนินการต่อโอกาสให้เห็นสองฝั่ง (ข้อ 6.1.2 และ 6.1.3) | เปิดทะเบียน นับว่ามีรายการฝั่งโอกาสกี่รายการ องค์กรส่วนใหญ่แทบไม่มีเลย ซึ่งเป็นช่องว่างที่ชัด | |
| 02. การดำเนินการที่เลือกใช้ถูกติดตามว่าได้ผลหรือไม่ ไม่ใช่แค่ระบุแล้วจบ | สุ่มสามรายการ ไล่ดูสถานะและผลการประเมินประสิทธิผล | |
| 03. วัตถุประสงค์คุณภาพวัดผลได้ และมีแผนว่าจะทำอะไร ใครทำ เสร็จเมื่อใด | ขอทะเบียนวัตถุประสงค์ ดูว่ามีตัวเลขเป้าหมายและผลจริงเทียบกันหรือไม่ | |
| 04. วัตถุประสงค์ถูกถ่ายทอดลงไปถึงระดับที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้อยู่แค่ระดับองค์กร | สุ่มถามหัวหน้าแผนกว่าวัตถุประสงค์ของแผนกตนเชื่อมกับของบริษัทอย่างไร | |
| 05. การวางแผนการเปลี่ยนแปลงครอบคลุมการสื่อสาร การติดตามผล และการทบทวน (ข้อ 6.3) | ขอการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุด ดูว่ามีบันทึกการติดตามผลหลังเปลี่ยนหรือหยุดที่การอนุมัติ | |
| 06. การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงหน้างาน ถูกนำเข้าระบบการจัดการการเปลี่ยนแปลง | เดินหน้างาน ถามว่ามีอะไรเปลี่ยนในรอบหกเดือน แล้วกลับมาหาว่ามีบันทึกหรือไม่ |
4. ข้อ 7 ทรัพยากร ความสามารถ ความตระหนัก และเอกสาร
| สิ่งที่ต้องตรวจ | วิธีตรวจ / หลักฐานที่ขอดู | ผล |
|---|---|---|
| 01. เกณฑ์ความสามารถของตำแหน่งที่มีผลต่อคุณภาพถูกกำหนดไว้ และมีหลักฐานว่าผู้ปฏิบัติผ่านเกณฑ์ | สุ่มสองตำแหน่ง เทียบเกณฑ์กับประวัติการอบรมและการประเมินของบุคคลจริง | |
| 02. การอบรมสร้างความตระหนักครอบคลุมวัฒนธรรมคุณภาพและจริยธรรม (ข้อ 7.3) | ขอดูเนื้อหาหลักสูตรปฐมนิเทศและการอบรมทบทวน ว่ามีหัวข้อนี้เพิ่มเข้ามาแล้วหรือยัง | |
| 03. พนักงานหน้างานตอบได้ว่าถ้าพบสิ่งผิดปกติต้องทำอย่างไร และบอกได้ว่างานของตนกระทบคุณภาพอย่างไร | สุ่มสัมภาษณ์สามคนในพื้นที่ต่างกัน นี่คือการทดสอบข้อ 7.3 ที่ตรงที่สุด | |
| 04. เครื่องมือวัดที่ใช้ตัดสินความสอดคล้องได้รับการสอบเทียบและติดสถานะชัดเจน | เดินดูเครื่องมือหน้างาน เทียบกับทะเบียนสอบเทียบ ดูว่ามีเครื่องที่เลยกำหนดหรือไม่ | |
| 05. เอกสารที่ใช้หน้างานเป็นฉบับปัจจุบัน และเข้าถึงได้ ณ จุดที่ต้องใช้ | สุ่มหยิบเอกสารที่ใช้จริงสามฉบับ เทียบกับทะเบียนควบคุมเอกสาร | |
| 06. ความรู้ขององค์กรถูกระบุและรักษาไว้ โดยเฉพาะความรู้ที่อยู่กับคนไม่กี่คน (ข้อ 7.1.6) | ถามว่าถ้าคนคนนั้นลาออกพรุ่งนี้ ใครทำงานนี้แทนได้ และความรู้นั้นถูกบันทึกไว้ที่ใด |
5. ข้อ 8 การปฏิบัติการ
| สิ่งที่ต้องตรวจ | วิธีตรวจ / หลักฐานที่ขอดู | ผล |
|---|---|---|
| 01. เกณฑ์การควบคุมกระบวนการถูกกำหนดไว้และปฏิบัติตามจริงหน้างาน | เทียบค่าที่กำหนดในเอกสารกับค่าที่ตั้งอยู่บนเครื่องจริง และกับบันทึกการเดินเครื่อง | |
| 02. ข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และบริการได้รับการทบทวนก่อนรับคำสั่งซื้อ | สุ่มคำสั่งซื้อสองรายการ ดูหลักฐานการทบทวนว่าองค์กรทำได้ตามที่รับปาก | |
| 03. ผู้ส่งมอบภายนอกถูกประเมินตามเกณฑ์ และผลการประเมินถูกใช้ตัดสินจริง | ขอรายชื่อผู้ส่งมอบที่ได้คะแนนต่ำสุด แล้วถามว่าองค์กรทำอะไรกับรายนั้น | |
| 04. การชี้บ่งและการสอบกลับได้ทำได้จริงจากสินค้าย้อนไปถึงวัตถุดิบ | สุ่มสินค้าสำเร็จรูปหนึ่งรุ่น ไล่ย้อนกลับไปถึงวัตถุดิบ จับเวลาว่าใช้เวลาเท่าใด | |
| 05. ผลได้ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดถูกชี้บ่ง แยกเก็บ และตัดสินโดยผู้มีอำนาจ | เดินดูพื้นที่กักกัน เทียบของที่วางอยู่กับทะเบียนของไม่เป็นไปตามข้อกำหนด | |
| 06. การปล่อยผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นหลังการตรวจสอบครบถ้วน และมีผู้อนุมัติที่ระบุตัวได้ | สุ่มบันทึกการปล่อยสองรายการ ดูว่ามีลายมือชื่อผู้อนุมัติและผลตรวจครบก่อนวันที่ส่ง |
6. ข้อ 9 การประเมินสมรรถนะ
| สิ่งที่ต้องตรวจ | วิธีตรวจ / หลักฐานที่ขอดู | ผล |
|---|---|---|
| 01. ข้อมูลที่เก็บถูกวิเคราะห์เป็นแนวโน้ม ไม่ใช่เก็บไว้เฉย ๆ | ขอกราฟหรือสรุปแนวโน้มล่าสุด แล้วถามว่าองค์กรตัดสินใจอะไรจากข้อมูลชุดนั้น | |
| 02. ความพึงพอใจของลูกค้าถูกติดตามด้วยวิธีที่ระบุไว้ และผลถูกนำไปใช้ | ดูวิธีที่ใช้ ผลล่าสุด และการดำเนินการที่เกิดจากผลนั้น | |
| 03. แผนการตรวจติดตามภายในครอบคลุมทุกกระบวนการตามความสำคัญและผลการตรวจครั้งก่อน | เทียบแผนกับรายการกระบวนการ ดูว่ามีกระบวนการใดไม่เคยถูกตรวจเลย | |
| 04. ผู้ตรวจภายในไม่ตรวจงานของตนเอง และมีหลักฐานความสามารถ | เทียบชื่อผู้ตรวจกับหน่วยงานที่ถูกตรวจ และขอหลักฐานการอบรมผู้ตรวจ | |
| 05. การทบทวนของฝ่ายบริหารครบทุกวาระที่กำหนด และมีผลลัพธ์เป็นการตัดสินใจที่ติดตามได้ | อ่านรายงานการประชุมล่าสุด ดูว่ามีมติที่ระบุผู้รับผิดชอบและกำหนดเสร็จหรือเป็นเพียงรายงานผล |
7. ข้อ 10 ความไม่สอดคล้องและการปรับปรุง
| สิ่งที่ต้องตรวจ | วิธีตรวจ / หลักฐานที่ขอดู | ผล |
|---|---|---|
| 01. การวิเคราะห์สาเหตุไปถึงสาเหตุที่แท้จริง ไม่หยุดที่ความผิดพลาดของบุคคล | สุ่มสามเรื่อง ดูว่าสาเหตุที่ระบุคือพนักงานไม่ระมัดระวังหรือไม่ ถ้าใช่ แปลว่ายังวิเคราะห์ไม่ถึง | |
| 02. การแก้ไขถูกทวนสอบว่าได้ผล ก่อนปิดเรื่อง | ดูว่ามีการตรวจซ้ำหลังแก้ไขและบันทึกผลหรือปิดเรื่องทันทีที่ลงมือแก้ | |
| 03. ปัญหาเดิมไม่กลับมาซ้ำในรอบการตรวจถัดไป | เทียบรายการข้อบกพร่องของรอบนี้กับรอบก่อน ถ้าซ้ำ แปลว่าการแก้ไขยังไม่ได้ผล | |
| 04. การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเชื่อมกับบทบาทของผู้บริหาร ไม่ใช่งานของฝ่ายคุณภาพฝ่ายเดียว | ดูว่าหัวข้อการปรับปรุงเข้าที่ประชุมผู้บริหารหรือไม่ และผู้บริหารตัดสินอะไรจากหัวข้อนั้น |
8. หัวข้อเฉพาะของการเปลี่ยนผ่านมาใช้ฉบับปี 2026
| สิ่งที่ต้องตรวจ | วิธีตรวจ / หลักฐานที่ขอดู | ผล |
|---|---|---|
| 01. เอกสารของระบบอ้างอิงเลขข้อของฉบับปี 2026 แล้ว ไม่เหลือการอ้างถึงข้อ 10.3 เดิม | ค้นคำว่า 10.3 และ 6.1 ในคู่มือ ขั้นตอน และแบบตรวจประเมิน ดูว่าเหลือจุดใดที่ยังไม่แก้ | |
| 02. แบบตรวจประเมินภายในมีคำถามสำหรับข้อที่เพิ่มเข้ามา คือข้อ 5.1.1 และข้อ 7.3 | เปิดแบบตรวจที่ใช้จริง ถ้าไม่มีสองข้อนี้ ผู้ตรวจภายในจะตรวจไม่เจอช่องว่างก่อนหน่วยรับรองมา | |
| 03. ผู้ตรวจติดตามภายในได้รับการอบรมเรื่องที่เปลี่ยนในฉบับปี 2026 แล้ว | ขอหลักฐานการอบรมหลังวันที่มาตรฐานประกาศใช้ ไม่ใช่หลักฐานเดิมของฉบับปี 2015 | |
| 04. มีการยืนยันกับหน่วยรับรองแล้วว่าจะเริ่มรับตรวจตามฉบับใหม่ได้เมื่อใด และใช้รอบตรวจใด | ขอดูอีเมลหรือหนังสือตอบจากหน่วยรับรอง เพราะแต่ละแห่งจะพร้อมไม่เท่ากัน |
ก่อนลงมือตรวจ ลองเช็กว่าโปรแกรมตรวจติดตามภายในขององค์กรได้ผลจริงหรือเป็นแค่พิธี
ตัดสินผลอย่างไร
มาตรฐานไม่ได้กำหนดวิธีจำแนกระดับของสิ่งที่ตรวจพบไว้ในการตรวจภายใน องค์กรจึงกำหนดเองได้ แนวที่ใช้กันทั่วไปและอธิบายต่อผู้ตรวจภายนอกได้ง่ายที่สุดมีสามระดับ
- ข้อบกพร่องร้ายแรง คือข้อกำหนดนั้นไม่ถูกนำไปปฏิบัติเลย หรือระบบล้มเหลวจนกระทบผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบไปแล้ว
- ข้อบกพร่องทั่วไป คือมีระบบอยู่แต่ปฏิบัติไม่ครบ หรือหลักฐานไม่สมบูรณ์ในบางจุด
- ข้อสังเกต คือยังไม่ผิดข้อกำหนด แต่มีแนวโน้มจะกลายเป็นข้อบกพร่องถ้าปล่อยไว้
สิ่งที่สำคัญกว่าระดับคือถ้อยคำของสิ่งที่ตรวจพบ ต้องระบุให้ครบสามอย่างเสมอ คือ หลักฐานที่พบ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และ สภาพที่เป็นอยู่ รายงานที่เขียนว่าเอกสารไม่ครบ โดยไม่บอกว่าเอกสารใดและขาดอย่างไร คือรายงานที่นำไปแก้ไม่ได้
ความถี่ในการตรวจติดตามภายใน
มาตรฐานกำหนดให้ตรวจตามช่วงเวลาที่วางแผนไว้ แต่ไม่ได้ระบุจำนวนครั้งต่อปี แนวที่ใช้กันคือทุกกระบวนการต้องถูกตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง และเพิ่มความถี่กับกระบวนการที่มีความเสี่ยงสูง มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ หรือเคยพบข้อบกพร่องในรอบก่อน
ในปีที่เปลี่ยนผ่านมาใช้ฉบับใหม่ ควรเพิ่มรอบตรวจหนึ่งรอบที่เน้นเฉพาะข้อที่เปลี่ยน เพื่อให้เจอช่องว่างก่อนที่หน่วยรับรองจะมา ซึ่งเป็นเหตุผลที่หมวดสุดท้ายของเช็กลิสต์นี้แยกออกมาต่างหาก
ใช้คู่กับอะไรได้บ้าง
ก่อนตรวจ ให้ทีมทำ ข้อสอบ ISO 9001:2026 เพื่อดูว่าเข้าใจฉบับใหม่แค่ไหน ระหว่างเตรียมเอกสาร ใช้ ตารางสรุปสิ่งที่ต้องแก้ เป็นแผนงาน และสำหรับข้อ 5.1.1 ซึ่งเป็นข้อที่ตรวจยากที่สุด ดูวิธีเตรียมหลักฐานได้ที่ บทความวัฒนธรรมคุณภาพ
คำถามที่พบบ่อย
เช็กลิสต์นี้ใช้กับ ISO 9001 ฉบับปี 2015 ได้หรือไม่
ใช้ได้เกือบทั้งหมด เพราะโครงสร้างสิบข้อไม่ได้เปลี่ยน ส่วนที่ใช้กับฉบับปี 2015 ไม่ได้คือ ข้อที่ถามถึงวัฒนธรรมคุณภาพตามข้อ 5.1.1 ความตระหนักตามข้อ 7.3 การแยกความเสี่ยงกับโอกาสตามข้อ 6.1 และหมวดสุดท้ายทั้งหมดซึ่งเป็นเรื่องการเปลี่ยนผ่านโดยเฉพาะ
ต้องตรวจครบทุกข้อในรอบเดียวหรือไม่
ไม่จำเป็น การตรวจติดตามภายในตรวจเป็นกระบวนการได้ โดยกระจายข้อกำหนดไปตามรอบตลอดปี ขอเพียงให้ทุกกระบวนการและทุกข้อกำหนดถูกตรวจครบภายในรอบที่วางแผนไว้ แต่ในปีที่เปลี่ยนผ่าน ควรตรวจหมวดสุดท้ายให้ครบในรอบเดียวเพราะเป็นเรื่องที่มีกำหนดเวลา
ผู้ตรวจภายในต้องมีคุณสมบัติอะไร
มาตรฐานกำหนดให้ผู้ตรวจต้องมีความเที่ยงธรรมและไม่ตรวจงานของตนเอง ส่วนความสามารถกำหนดให้องค์กรเป็นผู้ตัดสิน แนวปฏิบัติที่ผู้ตรวจภายนอกยอมรับคือ ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ตรวจติดตามภายใน และมีหลักฐานการอบรมที่ครอบคลุมฉบับที่ใช้อยู่
ทำไมหมวดสุดท้ายถึงแยกเรื่องการเปลี่ยนผ่านออกมา
เพราะเป็นงานที่มีกำหนดเวลาและจะหมดความสำคัญไปเองเมื่อเปลี่ยนผ่านเสร็จ การแยกออกมาทำให้ตรวจได้เร็วในปีที่ต้องเปลี่ยน และตัดทิ้งได้ง่ายเมื่อผ่านช่วงนั้นไปแล้ว
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
