กฎหมายวัสดุสัมผัสอาหารทั้งในประเทศไทยและตลาดส่งออกหลักมีการปรับปรุงต่อเนื่อง ทั้งประกาศภาชนะพลาสติกฉบับใหม่ของไทย มาตรฐานบังคับสำหรับกระดาษสัมผัสอาหาร การห้ามใช้ BPA ในสหภาพยุโรป และข้อจำกัดสาร PFAS ในบรรจุภัณฑ์ ผลกระทบไม่ได้ตกอยู่ที่ผู้ผลิตอาหารเท่านั้น เพราะผู้ผลิตอาหารต้องอาศัยข้อมูลและหลักฐานจากโรงงานบรรจุภัณฑ์ในการยืนยันว่าสินค้าของตนปลอดภัยและถูกกฎหมาย
บทความนี้สรุปกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยย่อ แล้วเน้นสิ่งที่แต่ละฝ่ายในโรงงานบรรจุภัณฑ์ควรเตรียม ได้แก่ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายผลิต และฝ่ายประกันคุณภาพ เพื่อลดความเสี่ยงที่สินค้าของลูกค้าจะถูกปฏิเสธหรือถูกเรียกคืน และลดความเสียหายต่อโรงงานเอง
1. กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยสรุป
ประเทศไทย
| กฎหมาย | ขอบข่าย | ประเด็นที่โรงงานควรทราบ |
|---|---|---|
| ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 92) พ.ศ. 2528 | ภาชนะบรรจุทั่วไป รวมถึงเซรามิกและโลหะเคลือบ | ข้อกำหนดคุณภาพ การใช้ภาชนะบรรจุ และการห้ามใช้วัตถุบางชนิดเป็นภาชนะบรรจุอาหาร อยู่ระหว่างการปรับปรุง ดูหัวข้อ “เรื่องที่ควรติดตาม” |
| ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) พ.ศ. 2565 | ภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก | ใช้แทนฉบับที่ 295 (พ.ศ. 2548) มีผลตั้งแต่ 18 มิถุนายน 2565 กำหนดชนิดพลาสติกที่อนุญาต ค่าการแพร่กระจายรวมไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อตารางเดซิเมตร ค่าการแพร่กระจายของโลหะและสารเฉพาะ สีและหมึกต้องไม่หลุดลงสู่อาหาร และพลาสติกรีไซเคิลเชิงกลใช้ได้เฉพาะ rPET ที่มีหลักฐานการประเมินกระบวนการ บทเฉพาะกาล 3 ปีสำหรับภาชนะตามมาตรฐานเดิมสิ้นสุดแล้วเมื่อ 17 มิถุนายน 2568 |
| ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 369) พ.ศ. 2558 | ขวดนมและภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก | กำหนดวัสดุที่อนุญาตแยกตามส่วนประกอบ และต้องตรวจไม่พบ BPA |
| กฎกระทรวงกำหนดให้ มอก. 2948-2562 (กระดาษสำหรับสัมผัสอาหาร) เป็นมาตรฐานบังคับ | ผู้ทำและผู้นำเข้ากระดาษสัมผัสอาหาร | ต้องได้รับใบอนุญาตและแสดงเครื่องหมาย มอก. เดิมกำหนดมีผล 22 มิถุนายน 2569 และคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการเลื่อนเป็น 22 มิถุนายน 2570 ควรตรวจสอบการประกาศในราชกิจจานุเบกษาและยืนยันกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม |
สหภาพยุโรป
- Regulation (EC) No 1935/2004 กรอบกฎหมายวัสดุสัมผัสอาหารทุกชนิด วัสดุต้องไม่ก่ออันตรายต่อสุขภาพ ไม่เปลี่ยนองค์ประกอบหรือกลิ่นรสของอาหารอย่างยอมรับไม่ได้ และต้องตามสอบได้
- Regulation (EC) No 2023/2006 หลักการผลิตที่ดีสำหรับผู้ผลิตวัสดุสัมผัสอาหาร
- Regulation (EU) No 10/2011 และ (EU) 2022/1616 พลาสติกและพลาสติกรีไซเคิล ค่าการแพร่กระจายรวมไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อตารางเดซิเมตร หรือ 60 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมในกรณีที่กำหนด ค่าเฉพาะรายสาร และหนังสือรับรองความสอดคล้อง
- Regulation (EU) 2024/3190 ห้ามใช้ BPA และบิสฟีนอลอันตรายบางชนิดในวัสดุสัมผัสอาหาร ช่วงเปลี่ยนผ่านหลักสิ้นสุด 20 กรกฎาคม 2569 บางกลุ่มขยายถึง 20 มกราคม 2571
- Regulation (EU) 2025/40 (PPWR) ใช้บังคับตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2569 ผลรวมตะกั่ว แคดเมียม ปรอท และโครเมียมเฮกซะวาเลนต์ในบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และบรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหารต้องมี PFAS รายตัวต่ำกว่า 25 ppb ผลรวมต่ำกว่า 250 ppb แบบวิเคราะห์เจาะจง และ PFAS ทั้งหมดรวมพอลิเมอร์ต่ำกว่า 50 ppm
- กระดาษและกระดาษแข็งยังไม่มีกฎหมายเฉพาะระดับสหภาพ จึงต้องเป็นไปตามกรอบกฎหมาย หลักการผลิตที่ดี และ PPWR
สหรัฐอเมริกา
- 21 CFR Parts 174–178 ควบคุมสารที่ใช้ในวัสดุสัมผัสอาหาร เช่น 21 CFR 176.170 และ 176.180 สำหรับกระดาษและกระดาษแข็ง และ Part 177 สำหรับพอลิเมอร์
- Food Contact Notification มีผลเฉพาะผู้ผลิตที่ยื่นแจ้ง การอ้างอิงจึงต้องตรวจสอบว่าวัตถุดิบมาจากผู้ผลิตรายนั้นจริง
- PFAS เดือนกุมภาพันธ์ 2567 FDA แจ้งว่าสาร PFAS สำหรับกันน้ำมันในกระดาษไม่มีการจำหน่ายในตลาดสหรัฐอเมริกาแล้ว และเดือนมกราคม 2568 ได้ประกาศให้ Food Contact Notification ที่เกี่ยวข้อง 35 รายการสิ้นผล หลายมลรัฐ เช่น นิวยอร์ก แคลิฟอร์เนีย วอชิงตัน และเวอร์มอนต์ ห้ามใช้ PFAS ที่ตั้งใจเติมในบรรจุภัณฑ์อาหาร โดยขอบข่ายแตกต่างกันในแต่ละรัฐ
2. ผลกระทบหากโรงงานไม่พร้อม
| ผลต่อลูกค้า คือผู้ผลิตอาหาร | ผลต่อโรงงานบรรจุภัณฑ์เอง |
|---|---|
|
|
3. ฝ่ายจัดซื้อ ควบคุมตั้งแต่วัตถุดิบ
ความเสี่ยงส่วนใหญ่ของบรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหารมาจากวัตถุดิบ ได้แก่ เม็ดพลาสติก กระดาษ หมึกพิมพ์ กาว สารเคลือบ สารเติมแต่ง และสารช่วยการผลิต ฝ่ายจัดซื้อจึงเป็นด่านแรก
- ระบุข้อกำหนดด้านกฎหมายในใบสั่งซื้อและข้อกำหนดวัตถุดิบ เช่น เกรดสัมผัสอาหาร กฎหมายของประเทศปลายทาง และเงื่อนไขการใช้งาน ได้แก่ ชนิดอาหาร อุณหภูมิ และระยะเวลา
- ขอเอกสารจากผู้ขายให้ครบก่อนอนุมัติ ได้แก่ หนังสือรับรองความสอดคล้องสำหรับการสัมผัสอาหาร เอกสารข้อมูลความปลอดภัย ผลทดสอบจากห้องปฏิบัติการ และหนังสือรับรองว่าไม่มีการเติมสารที่ถูกจำกัด เช่น PFAS BPA และโลหะหนัก
- แยกวัตถุดิบเกรดสัมผัสอาหารออกจากเกรดทั่วไป ทั้งรหัสวัตถุดิบ ใบสั่งซื้อ และการจัดเก็บ
- ควบคุมวัตถุดิบรีไซเคิล เช่น เยื่อกระดาษรีไซเคิลที่อาจมีสารปนเปื้อนจากแหล่งเดิม และ rPET ที่ต้องมีหลักฐานการประเมินกระบวนการตามประกาศฉบับที่ 435
- ประเมินและทบทวนผู้ขายเป็นระยะ และกำหนดให้ผู้ขายแจ้งล่วงหน้าเมื่อเปลี่ยนสูตร แหล่งผลิต หรือผู้ผลิตวัตถุดิบต้นทาง
- ติดตามวันบังคับใช้ของกฎหมาย เพื่อวางแผนเปลี่ยนวัตถุดิบก่อนครบกำหนด และหลีกเลี่ยงการสั่งซื้อวัตถุดิบที่จะใช้ไม่ได้ในอนาคตเกินความจำเป็น
4. ฝ่ายผลิต ป้องกันการปนเปื้อนระหว่างกระบวนการ
- ใช้วัตถุดิบและสูตรตามที่อนุมัติเท่านั้น การเปลี่ยนหมึก กาว สารเคลือบ หรือสารช่วยการผลิต ต้องผ่านการอนุมัติจากฝ่ายประกันคุณภาพก่อน
- ควบคุมการเปลี่ยนงาน เมื่อเครื่องจักรเดียวกันผลิตทั้งสินค้าสัมผัสอาหารและสินค้าทั่วไป ต้องทำความสะอาดและตรวจสอบก่อนเริ่มผลิต
- ควบคุมการพิมพ์และการเคลือบ ให้หมึกแห้งและยึดติดสมบูรณ์ ป้องกันการถ่ายโอนหมึกจากด้านพิมพ์ไปสู่ด้านสัมผัสอาหารระหว่างการม้วนหรือซ้อน
- ควบคุมพารามิเตอร์ของกระบวนการ เช่น อุณหภูมิขึ้นรูป เวลาอบแห้ง และปริมาณสารเคลือบ เพราะมีผลต่อสารตกค้างและการแพร่กระจาย
- ควบคุมเศษวัสดุที่นำกลับมาใช้ ใช้ได้เฉพาะเศษจากกระบวนการของตนเองที่ระบุแหล่งได้และไม่ปนเปื้อน
- ป้องกันการปนเปื้อนทั่วไป ได้แก่ สารหล่อลื่นที่เหมาะกับการสัมผัสอาหารโดยบังเอิญ การควบคุมสารเคมีทำความสะอาด การควบคุมสัตว์พาหะ และสุขลักษณะของพนักงาน
- บ่งชี้และแยกเก็บสินค้า ให้ตามสอบรุ่นการผลิตได้ และป้องกันการสลับระหว่างสินค้าสำหรับตลาดต่างกัน
5. ฝ่ายประกันคุณภาพ หลักฐานที่ลูกค้าต้องการ
- จัดทำทะเบียนกฎหมาย แยกตามวัสดุและตลาดปลายทาง พร้อมผู้รับผิดชอบติดตามการเปลี่ยนแปลง
- ประเมินความเสี่ยงของสินค้าแต่ละกลุ่ม โดยพิจารณาวัสดุ ชนิดอาหาร อุณหภูมิ ระยะเวลาสัมผัส และสารที่อาจแพร่กระจาย
- วางแผนการทดสอบ กับห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025 และมีขอบข่ายรายการทดสอบที่ต้องการ เช่น การแพร่กระจายรวม การแพร่กระจายเฉพาะ และโลหะหนัก สำหรับกระดาษที่สัมผัสอาหารไขมัน ให้พิจารณาการตรวจฟลูออรีนรวมและ PFAS แบบเจาะจง โดยแจ้งกฎหมายปลายทางให้ห้องปฏิบัติการทราบ เพราะเงื่อนไขการทดสอบแตกต่างกัน
- กำหนดความถี่การทดสอบซ้ำ ตามความเสี่ยง และทดสอบใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนวัตถุดิบ ผู้ขาย หรือกระบวนการ
- จัดทำหนังสือรับรองความสอดคล้องให้ลูกค้า ระบุวัสดุ กฎหมายที่อ้างอิง เงื่อนไขการใช้งาน ข้อจำกัด และข้อมูลที่ลูกค้าต้องใช้ในการประเมินต่อ ข้อความในหนังสือรับรองต้องมีหลักฐานรองรับ
- จัดระบบการตามสอบและการเรียกคืน เชื่อมโยงรุ่นวัตถุดิบกับรุ่นสินค้าและลูกค้า และทดสอบระบบเป็นระยะ
- จัดการการเปลี่ยนแปลงและการสื่อสาร แจ้งลูกค้าล่วงหน้าเมื่อมีการเปลี่ยนวัสดุหรือกระบวนการ ที่อาจกระทบความสอดคล้อง
- เก็บเอกสารให้พร้อมตรวจ เช่น เอกสารทางเทคนิคตาม PPWR และเอกสารหลักการผลิตที่ดี ตาม Regulation (EC) No 2023/2006 สำหรับสินค้าที่ส่งไปสหภาพยุโรป
6. ฝ่ายบริหาร วางระบบให้ยั่งยืน
- กำหนดผู้รับผิดชอบเรื่องกฎหมายวัสดุสัมผัสอาหารอย่างชัดเจน และจัดสรรงบประมาณสำหรับการทดสอบและการเปลี่ยนวัตถุดิบ
- พิจารณาระบบการจัดการที่ลูกค้ายอมรับ เช่น ISO 22000:2018 ร่วมกับ ISO/TS 22002-4:2013, FSSC 22000 หรือ BRCGS Packaging Materials เพื่อให้การควบคุมผู้ขาย หลักการผลิตที่ดี และการประเมินความเสี่ยงเป็นระบบที่ตรวจสอบได้
- ฝึกอบรมพนักงานทุกระดับให้เข้าใจว่าเหตุใดการเปลี่ยนวัตถุดิบหรือวิธีทำงานโดยไม่ผ่านการอนุมัติ จึงส่งผลต่อลูกค้า
7. เรื่องที่ควรติดตาม
- ร่างแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 92 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เปิดรับฟังความคิดเห็นช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2569 ร่างแยกข้อกำหนดเป็นเซรามิก โลหะ แก้ว และเพิ่มหมวดกระดาษ พร้อมเสนอค่าควบคุม เช่น BPA และ PFAS สำหรับโลหะและกระดาษ ณ วันที่เผยแพร่บทความนี้ยังไม่พบการประกาศใช้บังคับ
- วันบังคับของ มอก. กระดาษสัมผัสอาหาร ตามกฎกระทรวงฉบับแก้ไข
- กฎหมายลูกของ PPWR เช่น เกณฑ์การออกแบบเพื่อการรีไซเคิล และรายงานสารที่น่ากังวลในบรรจุภัณฑ์ของคณะกรรมาธิการยุโรป
- ข้อกำหนด PFAS ของมลรัฐต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทยอยมีผลบังคับ
โรงงานบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่มีข้อมูลอยู่แล้ว แต่กระจายอยู่คนละฝ่ายจนหยิบมาตอบลูกค้าไม่ทัน เรารับตั้งแต่จัดทำทะเบียนกฎหมายแยกตามวัสดุและตลาดปลายทาง ไล่ดูเอกสารจากผู้ขายว่าขาดอะไร ไปจนถึงวางแผนการทดสอบและร่างหนังสือรับรองความสอดคล้องให้มีหลักฐานรองรับทุกข้อความ
- ที่ปรึกษา BRCGS Packaging Materialsวางระบบสำหรับโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์
- ที่ปรึกษา FSSC 22000ใช้ ISO 22002-4 สำหรับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร
- อบรมข้อกำหนด ISO 22002-4โปรแกรมพื้นฐานสำหรับโรงงานบรรจุภัณฑ์
- หนังสือรับรองความสอดคล้องเขียนอย่างไรให้มีหลักฐานรองรับ
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กฎหมายภาชนะบรรจุ food.fda.moph.go.th
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 92) พ.ศ. 2528 food.fda.moph.go.th
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) พ.ศ. 2565 exfood.fda.moph.go.th
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 369) พ.ศ. 2558 exfood.fda.moph.go.th
- การแจ้งเวียนภายใต้ความตกลง TBT ขององค์การการค้าโลก หมายเลข G/TBT/N/THA/604/Add.2 เรื่อง มอก. 2948-2562 (ค้นหาหมายเลขนี้ได้ที่ฐานข้อมูล ePing ขององค์การการค้าโลก) และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- Regulation (EC) No 1935/2004 eur-lex.europa.eu
- Regulation (EU) No 10/2011 eur-lex.europa.eu
- Regulation (EU) 2024/3190 eur-lex.europa.eu
- Regulation (EU) 2025/40 (PPWR) eur-lex.europa.eu
- US FDA — Authorized uses of PFAS in food contact applications fda.gov
- eCFR — 21 CFR Part 176 ecfr.gov
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
