ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
Roadmap ส่งอาหารไปอเมริกา

สินค้าเราอยู่ใต้ FDA หรือ USDA
จำแนกให้ชัดก่อนลงทุนใด ๆ

27 สิงหาคม 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ซีรีส์ Roadmap ส่งอาหารไปอเมริกา · ตอนที่ 1 จาก 19 · ดูสารบัญทั้งหมด

เอกสารเรียบเรียงโดย SP Solution Center — ไม่ใช่เอกสารของ U.S. FDA หรือ อย. และเราไม่ได้รับมอบอำนาจจากหน่วยงานใด ทุกข้อกำหนดระบุเลขข้อไว้ให้เปิดตัวบทฉบับจริงตรวจสอบได้

ตอนแรกของซีรีส์คือขั้นที่ตัดสินทุกอย่างที่เหลือ — สินค้าของเราคืออะไรในสายตากฎหมายสหรัฐฯ ไม่ใช่ในสายตาการตลาด ตอบข้อนี้ผิด ทุกตอนหลังจากนี้จะเดินผิดตามไปหมด และเงินที่เสียเปล่าที่สุด คือเงินที่จ่ายไปเพื่อปฏิบัติตามกฎที่โรงงานของเราไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม

1. จัดทำแฟ้มข้อมูลผลิตภัณฑ์ (Product Regulatory Profile)

ชื่อนี้เป็นคำเรียกที่ใช้ในบทความนี้ ไม่ใช่แบบฟอร์มหรือคำศัพท์ทางการของ FDA เป็นเพียงชุดข้อมูลที่ต้องมีให้ครบก่อนติดต่อหารือกับฝ่ายใด

ก่อนติดต่อหารือกับฝ่ายใด ให้จัดทำข้อมูลชุดนี้เป็นเอกสารให้ครบก่อน — เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่การจดจำไว้เท่านั้น เพราะข้อมูลชุดนี้คือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญกระบวนการฆ่าเชื้อ (process authority) ผู้นำเข้า และผู้ตรวจประเมิน จะขอดูเป็นอย่างแรก

ต้องระบุทำไมข้อนี้สำคัญ
ชื่อและประเภทอาหารเป็นตัวตั้งต้นของการจำแนกทั้งหมด และเป็นข้อมูลที่ต้องกรอกตอนจดทะเบียนโรงงาน
สูตรและวัตถุดิบทั้งหมดส่วนประกอบตัดสินทั้งหมวดอาหาร ฉลาก และสารก่อภูมิแพ้ที่ต้องประกาศ
สารเติมแต่งอาหารสารที่ใช้ได้ในไทยอาจใช้ไม่ได้ในสหรัฐฯ หรือใช้ได้แต่จำกัดปริมาณและชนิดอาหาร
สารก่อภูมิแพ้สหรัฐฯ มีสารก่อภูมิแพ้หลัก 9 กลุ่ม ซึ่งงาถูกเพิ่มเป็นกลุ่มที่เก้า มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม ค.ศ. 2023
กระบวนการผลิตและการฆ่าเชื้อตัดสินว่าต้องมี scheduled process หรือไม่ และต้องใช้เครื่องจักรแบบใด
ค่า pH และ Water Activity ของผลิตภัณฑ์สุดท้าย สองค่านี้คือตัวแปรที่พลิกทุกอย่าง เป็นตัวตัดสินว่าตกอยู่ใต้ Part 113 หรือ Part 114 หรือไม่ตกทั้งคู่
อุณหภูมิเก็บรักษาสินค้าที่แช่เย็นตลอดการเก็บ กระจาย และขายปลีก ได้รับยกเว้นจาก Part 114
อายุสินค้าต้องมีผลการศึกษารองรับ ไม่ใช่ตัวเลขที่ตั้งขึ้นเอง
ประเภทบรรจุภัณฑ์ภาชนะปิดสนิทหรือไม่ · ขนาดและชนิดภาชนะผูกกับ SID แต่ละใบ เปลี่ยนขนาดคือยื่นใหม่
HS Codeใช้กับพิธีการศุลกากรและอัตราภาษี และเป็นตัวที่ทำให้ระบบรู้ว่าต้องส่งข้อมูลให้ FDA ด้วยหรือไม่
กลุ่มผู้บริโภคบุคคลทั่วไป เด็กทารก หรือผู้มีโรคประจำตัว — อาหารทารกมีข้อกำหนดเฉพาะที่เข้มกว่าปกติมาก
ข้อความกล่าวอ้างOrganic, Healthy, Sugar Free, Gluten Free — แต่ละคำมีนิยามและเงื่อนไขทางกฎหมายของตัวเอง

2. HS Code ไม่ใช่คำตอบเรื่องการปฏิบัติตามกฎ FDA

ข้อนี้เป็นจุดที่เข้าใจคลาดเคลื่อนกันบ่อย — HS Code จำเป็น แต่ไม่ใช่เครื่องมือจำแนกทางกฎหมายอาหาร

สินค้าสองตัวที่อยู่พิกัดศุลกากรเดียวกัน อาจตกอยู่ใต้กฎ FDA คนละฉบับ เพียงเพราะค่า pH ต่างกันไม่กี่จุดทศนิยม

3. สินค้าอยู่ภายใต้หน่วยงานใด

ประเภทผลิตภัณฑ์หน่วยงานและข้อกำหนดสำคัญ
อาหารทั่วไป เครื่องดื่ม ขนม ซอส อาหารแช่แข็งUS FDA — 21 CFR Part 117
เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์ไข่บางประเภทUSDA–FSIS — คนละหน่วยงาน การจดทะเบียนกับ FDA อย่างเดียวไม่พอ
ผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรบางชนิดFDA และอาจเกี่ยวข้องกับ USDA–APHIS ในด้านสุขอนามัยพืช
อาหารทะเลFDA Seafood HACCP — 21 CFR Part 123
น้ำผลไม้FDA Juice HACCP — 21 CFR Part 120
อาหารปรับกรดและอาหารกรดต่ำในภาชนะปิดสนิทFDA LACF / Acidified Foods — 21 CFR Part 108 · 113 · 114
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารFDA Dietary Supplement — 21 CFR Part 111 · ได้รับยกเว้นเฉพาะหมวด C และ G ของ Part 117 ตาม 117.5(e) ไม่ใช่ยกเว้นทั้งฉบับ
นมผงสำหรับทารก (infant formula)มีข้อกำหนดเฉพาะที่เข้มกว่ามาก และต้องแจ้ง FDA ล่วงหน้า 90 วันก่อนจำหน่าย · ส่วนอาหารเด็กชนิดอื่นเช่นอาหารบดสำเร็จรูป ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า แต่ยังอยู่ใต้ Part 117 ตามปกติ

4. ตัวอย่างที่เห็นภาพที่สุด

โรงงานผลิตซอสบรรจุขวด เก็บที่อุณหภูมิห้อง — ในสายตาการตลาดคือ “ซอส” ธรรมดา แต่ในสายตากฎหมายสหรัฐฯ ต้องดูค่า pH สุดท้ายก่อน

  1. ถ้า pH สมดุลสุดท้ายมากกว่า 4.6 และ aw มากกว่า 0.85 → เป็นอาหารกรดต่ำในภาชนะปิดสนิท ต้องขึ้นทะเบียน FCE (Food Canning Establishment — เลขทะเบียนสถานประกอบการบรรจุกระป๋องที่ขอจาก FDA) และยื่น scheduled process (กระบวนการฆ่าเชื้อที่กำหนดไว้สำหรับสินค้านั้น) เพิ่มจากการจดทะเบียนโรงงาน
  2. ถ้าเติมกรดจน pH ลงมาที่ 4.6 หรือต่ำกว่า และ aw มากกว่า 0.85 → อาจเป็นอาหารปรับกรด ซึ่งต้องทำ FCE และ SID (Submission Identifier — เลขที่ได้เมื่อยื่นกระบวนการแต่ละสูตร แต่ละขนาดภาชนะ) และยังต้องทำ Food Safety Plan เต็มรูปแบบด้วย เพราะ 21 CFR 117.5 ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับ Part 114
  3. แต่ก่อนสรุปว่าเป็นอาหารปรับกรด ต้องตรวจสอบข้อยกเว้นใน 114.3 ก่อนเสมอ ถ้าซอสของเราเข้าครบสามข้อนี้ จะไม่นับเป็นอาหารปรับกรด และไม่ต้องทำ FCE หรือ SID เลย
    1. ตัวซอสเปรี้ยวอยู่แล้วโดยธรรมชาติ เช่นฐานน้ำส้มสายชู มะขาม หรือมะนาว
    2. เติมส่วนประกอบที่ไม่เป็นกรดเข้าไปเพียงเล็กน้อย
    3. pH ของซอสสำเร็จ ไม่ต่างจาก pH ของตัวกรดหลักอย่างมีนัยสำคัญ
    ซอสไทยหลายตัวเข้าข้อนี้ — แต่ให้ผู้เชี่ยวชาญกระบวนการฆ่าเชื้อยืนยันก่อนตั้งงบ อย่าสรุปเอง
  4. ถ้าเป็นซอสที่ต้องแช่เย็นตลอดสาย → พ้นจากบังคับของ Part 114 แต่ยังต้องจดทะเบียนโรงงานและยังอยู่ใต้ Part 117 เต็มรูปแบบ

สามเส้นทางนี้ต้องการเครื่องจักร บุคลากร และเอกสารคนละชุดกัน และการวัดค่า pH กับ aw ใช้เวลาไม่กี่วัน ขณะที่การแก้ไลน์ผลิตทีหลังใช้เวลาเป็นเดือน

สิ่งที่มักถูกขอ — ฝั่งผู้นำเข้าและผู้เชี่ยวชาญกระบวนการ ในขั้นจำแนกสินค้า เอกสารที่เรามักเห็นว่าถูกขอดูก่อน

รายการข้างล่างนี้เป็นสิ่งที่เราพบว่าถูกขอบ่อยจากงานที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่รายการที่กฎหมายเขียนไว้เป็นข้อ ๆ และไม่ใช่ถ้อยคำของ U.S. FDA

กฎที่เกี่ยวข้องกับขั้นนี้ ไว้เปิดตัวบทอ่านเอง: 21 CFR 113.3 และ 114.3 (นิยามที่ใช้จำแนก) · 21 CFR Part 108 Emergency Permit Control (การขึ้นทะเบียนและการยื่นกระบวนการ) · บันทึกของ LACF และอาหารปรับกรดอยู่ที่ 113.100 และ 114.100 · ข้อความกล่าวอ้าง Gluten-Free อยู่ที่ 21 CFR 101.91 ส่วน Organic อยู่ใต้ USDA NOP 7 CFR Part 205 ซึ่งเป็นคนละหน่วยงาน

5. ตรวจสอบก่อนไปตอนที่ 2

คำถามตอบได้แล้วหรือยัง
Product Regulatory Profile ครบทั้ง 12 หัวข้อแล้วหรือยัง
ค่า pH และ aw ของผลิตภัณฑ์สุดท้าย วัดจริงแล้วหรือยัง หรือยังเป็นค่าประมาณ
สินค้าตกอยู่ใต้ Part 113 · 114 · 123 · 120 · 117 · 111 หรือ USDA
ต้องมี FCE และ SID หรือไม่
สารเติมแต่งทุกตัวได้รับอนุญาตให้ใช้ในสหรัฐฯ ในอาหารประเภทนี้หรือไม่
มีข้อความกล่าวอ้างบนฉลากที่ต้องมีเอกสารรองรับหรือไม่

ถ้ามีข้อไหนยังตอบไม่ได้ นั่นคือข้อที่ควรทำให้ชัดเจนก่อนดำเนินการต่อ รายละเอียดเรื่อง FCE และ SID อ่านเพิ่มได้ที่ FCE คืออะไร SID คืออะไร

บริการที่เกี่ยวข้อง ยังไม่แน่ใจว่าสินค้าตกอยู่ใต้กฎฉบับไหน

ขั้นจำแนกสินค้าใช้เวลาไม่กี่วันและแทบไม่มีต้นทุน แต่เป็นขั้นที่ตัดสินงบทั้งก้อนที่เหลือ

สารบัญRoadmap ทั้ง 19 ตอน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อสรุปสาระสำคัญให้เข้าใจง่าย ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของกฎหมายฉบับใด และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การปฏิบัติจริงให้ยึดตัวบทกฎหมายและประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: 21 CFR Part 117 · 21 CFR Part 113 · 21 CFR Part 114 · FDA — HTS and FD Flags

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ที่ปรึกษาและฝึกอบรม · ส่งออกอาหารไปสหรัฐอเมริกา เตรียมโรงงานให้พร้อมตามกฎหมายอาหารของสหรัฐอเมริกา

การส่งออกไปสหรัฐอเมริกามีงานที่ต้องทำเป็นลำดับ ตั้งแต่การขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ การแต่งตั้งผู้แทน การจัดทำแผนควบคุมเชิงป้องกัน ไปจนถึงการมีผู้ผ่านการอบรมตามที่กฎหมายกำหนด เรารับตั้งแต่ไล่ดูว่าโรงงานอยู่ตรงไหนของลำดับนี้ ไปจนถึงจัดอบรมหลักสูตรที่ต้องมี

ดูหลักสูตร PCQI → หรือแจ้งประเภทสินค้าและตลาดปลายทางมาที่ หน้าขอใบเสนอราคา เพื่อให้เราช่วยประเมินว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ดูงานที่ปรึกษาทั้งหมดได้ที่ หน้างานที่ปรึกษา

อยากให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

เล่าให้เราฟังว่าโรงงานของคุณผลิตอะไร และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ