ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
Part 117 ก่อนเรียน PCQI

แผนเรียกคืนสินค้า
ตาม 21 CFR 117.139

5 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ซีรีส์ อ่าน 21 CFR Part 117 ก่อนเข้าเรียน PCQI · ตอนที่ 12 จาก 20 · ดูสารบัญทั้งหมด

เรียบเรียงโดย SP Solution Center — ไม่ใช่เอกสารของ U.S. FDA หรือ FSPCA และเราไม่ได้รับมอบอำนาจจากหน่วยงานใด ทุกข้อระบุเลขมาตราไว้ให้เปิดตัวบทฉบับจริงตรวจสอบได้

21 CFR 117.139 เป็นมาตราสั้นที่สุดมาตราหนึ่งใน subpart C แต่เป็นเอกสารที่ถูกใช้จริงในยามที่เกิดวิกฤตพร้อมกันทุกด้าน และเป็นข้อที่ตัวบทยกเว้นไม่ต้องเฝ้าระวังและไม่ต้องทวนสอบ ซึ่งทำให้หลายโรงงานเขียนแล้วเก็บใส่แฟ้มไว้เฉย ๆ จนใช้ไม่ได้เมื่อถึงเวลาจริง

1. เมื่อใดที่ต้องมี

สรุปจาก 21 CFR 117.139(a) ด้วยถ้อยคำของเรา

ต้องจัดทำแผนเรียกคืนสินค้าที่เป็นลายลักษณ์อักษร สำหรับอาหารที่มีอันตรายที่ต้องมีมาตรการควบคุมเชิงป้องกัน

เงื่อนไขคือ “มีอันตรายที่ต้องมีมาตรการควบคุม” ไม่ใช่ “มี CCP”
หมายความว่าโรงงานที่ไม่มี CCP เลย แต่มีมาตรการควบคุมสารก่อภูมิแพ้หรือมาตรการควบคุมสุขาภิบาล ก็ยังต้องมีแผนเรียกคืน
กลับกัน โรงงานที่วิเคราะห์อันตรายแล้วสรุปว่าไม่มีอันตรายข้อใดต้องมีมาตรการควบคุมเลย ก็ไม่ต้องมีแผนเรียกคืนตามข้อนี้ — แต่ยังต้องมีการวิเคราะห์อันตรายเป็นลายลักษณ์อักษรตาม 117.130(a)(2)

2. สี่เรื่องที่แผนต้องอธิบาย — 117.139(b)

ตัวบทกำหนดว่าแผนต้องอธิบายขั้นตอน และมอบหมายผู้รับผิดชอบ สำหรับสี่เรื่อง

ตัวบทกำหนดว่าคำถามที่แผนต้องตอบได้
(b)(1) แจ้งผู้รับสินค้าโดยตรง (direct consignees) ของอาหารที่ถูกเรียกคืนโดยตรง รวมถึงวิธีที่จะให้ส่งคืนหรือกำจัดอาหารนั้น รายชื่อผู้รับสินค้าโดยตรงอยู่ที่ไหน · ใครโทรแจ้ง · แจ้งด้วยข้อความว่าอะไร · แจ้งให้ผู้รับสินค้าดำเนินการอย่างไรกับสินค้าที่มีอยู่
(b)(2) แจ้งสาธารณะเกี่ยวกับอันตรายที่อาหารนั้นก่อ เมื่อเหมาะสมเพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชน ใครมีอำนาจตัดสินใจแจ้งสาธารณะ · แจ้งผ่านช่องทางไหน · ใครเป็นผู้ประสานกับ FDA และผู้นำเข้า
(b)(3) ทำการตรวจสอบประสิทธิผล (effectiveness checks) เพื่อทวนสอบว่าการเรียกคืนดำเนินไปจริง วัดอย่างไรว่าของกลับมาครบ · ติดตามรายที่ยังไม่ตอบอย่างไร · ถือว่าจบเมื่อไร
(b)(4) กำจัดอาหารที่ถูกเรียกคืนอย่างเหมาะสม เช่น การแปรรูปใหม่ การนำกลับมาใช้ใหม่ การเปลี่ยนไปใช้ในทางที่ไม่ก่อความเสี่ยง หรือการทำลาย ใครตัดสินใจว่าจะทำอะไรกับของ · เก็บที่ไหนระหว่างรอ · ใครเป็นพยานตอนทำลาย และบันทึกอย่างไร
คำที่ต้องอ่านให้ตรงคือ “direct consignees”

ตัวบทเขียนว่าผู้รับสินค้าโดยตรง — คือคนที่เราส่งของให้โดยตรงเท่านั้น ไม่ได้บังคับให้ตามไปถึงผู้บริโภคปลายทาง
สำหรับผู้ส่งออกไทย direct consignee มักมีรายเดียว คือผู้นำเข้าในสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ (b)(1) ดูง่ายมาก
แต่นั่นเองคือความเสี่ยง — เพราะแปลว่าเราไม่มีทางรู้เลยว่าของกระจายต่อไปที่ไหนบ้าง และการตรวจสอบประสิทธิผลตาม (b)(3) จะทำได้ก็ต่อเมื่อผู้นำเข้าให้ความร่วมมือ เรื่องนี้ต้องตกลงกันไว้ในสัญญาตั้งแต่ก่อนส่งของ ไม่ใช่ไปเจรจากันเมื่อเกิดเหตุแล้ว

3. ข้อยกเว้นที่ทำให้แผนนี้ถูกทิ้งไว้ในแฟ้ม

สรุปจาก 21 CFR 117.140(c) ด้วยถ้อยคำของเรา

แผนเรียกคืนสินค้าตาม 117.139 ไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ 117.140(a)

117.140(a) คือข้อที่บังคับให้มาตรการควบคุมต้องมีการเฝ้าระวัง การดำเนินการแก้ไข และการทวนสอบ — แผนเรียกคืนจึงไม่ต้องมีสามอย่างนี้

และ 117.160(c) ยังระบุอีกว่าแผนเรียกคืนไม่ต้องทำ validation ด้วย

ผลข้างเคียงที่ตัวบทไม่ได้ตั้งใจ

เมื่อไม่ต้องเฝ้าระวัง ไม่ต้องทวนสอบ และไม่ต้อง validate ก็ไม่มีกลไกใดในตัวบทที่บังคับให้เปิดแผนนี้ขึ้นมาดูอีกเลยหลังเขียนเสร็จ
ผลคือแผนเรียกคืนกลายเป็นเอกสารที่หมายเลขโทรศัพท์ใช้ไม่ได้แล้ว คนที่ถูกระบุชื่อลาออกไปแล้ว และรายชื่อผู้รับสินค้าเป็นของเมื่อสามปีก่อน
ตัวบทไม่ได้บังคับให้ซ้อม แต่การซ้อมคือวิธีเดียวที่จะรู้ว่าแผนยังใช้ได้ คำแนะนำของเราคืออย่างน้อยปีละครั้ง และให้ซ้อมพร้อมกับการทวนสอบระบบตามสอบย้อนกลับ ข้อนี้เป็นข้อแนะนำจากงานที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Part 117

4. เรื่องที่แผนเรียกคืนของ Part 117 ไม่ได้ครอบคลุม

แผนตาม 117.139 เป็นเรื่องของขั้นตอนภายในโรงงาน แต่เมื่อเกิดเหตุจริงกับสินค้าที่ส่งไปสหรัฐฯ ยังมีหน้าที่ตามกฎหมายอื่นที่ต้องทำพร้อมกัน

หน้าที่อยู่ที่ไหนกรอบเวลา
รายงานต่อ Reportable Food Registry 21 U.S.C. 350f — ไม่ได้อยู่ใน Part 117 ภายใน 24 ชั่วโมง นับจากที่ตัดสินได้ว่าอาหารนั้นเข้าเกณฑ์ SAHCODHA
แจ้งผู้นำเข้าและ FSVP Importerเงื่อนไขตามสัญญาและ 21 CFR Part 1 Subpart L ตามที่ตกลงกันไว้ — ควรระบุเป็นชั่วโมง
ประสานกับ US Agent21 CFR 1.227ทันที เพราะเป็นช่องทางที่ FDA ใช้ติดต่อ

เกณฑ์การรายงาน RFR ไม่ใช่ “มีปัญหา” แต่คือ มีความน่าจะเป็นตามสมควรว่าการบริโภคจะก่อผลร้ายแรงต่อสุขภาพหรือถึงแก่ชีวิต เรียกย่อว่า SAHCODHA — เรื่องรสชาติเพี้ยน สีไม่ตรง หรือน้ำหนักขาด ไม่เข้าข่าย ส่วนเชื้อก่อโรค สารก่อภูมิแพ้ที่ไม่ได้แจ้งบนฉลาก และสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้บาดเจ็บได้ มักเข้าข่าย
นาฬิกา 24 ชั่วโมงเริ่มเดินที่ “วันที่สรุปได้” ไม่ใช่วันที่เริ่มสงสัย จึงต้องบันทึกไว้ว่าใครสรุปและสรุปเมื่อใด

5. สิ่งที่ควรมีในแผนแม้ตัวบทไม่ได้บังคับ

รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากงานที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่รายการที่กฎหมายเขียนไว้เป็นข้อ ๆ แต่เป็นสิ่งที่ทำให้แผนใช้ได้จริงเมื่อเกิดเหตุนอกเวลาทำการ

เตรียมไปวันเรียน ตรวจสามอย่างนี้ในแผนเดิมก่อนมาเรียน

รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์สอนของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ FSPCA และไม่ใช่เงื่อนไขการเข้าอบรม ไม่มีก็เรียนได้ แต่มีแล้วจะทำ workshop ได้เร็วกว่ามาก

เรียนกับเรา PCQI — FSPCA Preventive Controls for Human Food (PCHF) Version 2.0

บรรยายภาษาไทย เรียนสดกับ FSPCA Lead Instructor ทำ workshop กับสายการผลิตของคุณเอง ซีรีส์นี้อ่านฟรีได้ครบทุกตอน ไม่มีการสงวนเนื้อหาส่วนใดไว้เฉพาะในหลักสูตร

สารบัญPart 117 ทั้ง 20 ตอน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อสรุปสาระสำคัญให้เข้าใจง่าย ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของกฎหมายฉบับใด และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การปฏิบัติจริงให้ยึดตัวบทฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: 21 CFR Part 117 ฉบับเต็มบน eCFR · FDA — Reportable Food Registry

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ฝึกอบรม · Part 117 และ PCQI อ่านข้อกำหนดจบแล้ว ขั้นต่อไปคือมีผู้ผ่านการอบรมตามที่กฎหมายกำหนด

การอ่านข้อกำหนดทำให้เข้าใจว่าต้องทำอะไร แต่กฎหมายยังกำหนดให้โรงงานต้องมีผู้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ยอมรับ เพื่อทำหน้าที่จัดทำและทบทวนแผนควบคุมเชิงป้องกัน

ดูหลักสูตร PCQI → แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา หรือให้เราช่วยทบทวนแผนที่ทำไว้แล้วผ่าน งานที่ปรึกษา

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ โปรดติดต่อเรา

เล่าให้เราฟังว่าโรงงานของคุณผลิตอะไร และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ