เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากการเทียบสาระของข้อกำหนดระหว่างฉบับเดิมกับชุดปี 2025 — ไม่ใช่เอกสารของ ISO ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน ถ้อยคำของข้อกำหนดให้อ่านจากเล่มจริงที่องค์กรถืออยู่
หมวดนี้เป็นหมวดที่โรงงานไทยส่วนใหญ่ว่าจ้างผู้รับเหมาภายนอกมาทำ
และเป็นหมวดที่ชุดปี 2025 เพิ่มข้อกำหนดตรงจุดนั้นพอดี
คือระบุชัดว่าเมื่อว่าจ้างภายนอก ความรับผิดชอบในการทบทวนรายงานและการแก้ไขยังเป็นของโรงงาน
1. หมวดนี้เกี่ยวกับใครในโรงงาน
QA เป็นเจ้าของโปรแกรม แม้งานหน้างานจะทำโดยผู้รับเหมา เพราะข้อกำหนดกำหนดให้มีผู้ที่ได้รับมอบหมายและมีความสามารถของฝ่ายองค์กรเป็นผู้บริหารงานนี้
วิศวกรรมรับผิดชอบโครงสร้างที่เป็นทางเข้า ทั้งรู ช่องเปิด ท่อระบายน้ำ และประตูหน้าต่าง ส่วนฝ่ายผลิตและคลังสินค้ารับผิดชอบสิ่งที่ดึงดูดสัตว์พาหะ ทั้งเศษอาหาร น้ำขัง และการจัดวางสินค้าที่ทำให้เกิดที่หลบซ่อน
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด — โรงงานจำนวนมากคิดว่าการมีสัญญากับบริษัทกำจัดสัตว์พาหะที่มีใบอนุญาต แปลว่าหมวดนี้จบแล้ว ชุดปี 2025 ปิดช่องนั้นด้วยการระบุตรง ๆ ว่าเมื่อการเฝ้าระวังและตรวจจับถูกว่าจ้างภายนอก องค์กรต้องรับผิดชอบในการทบทวนรายงานการเฝ้าระวัง และเมื่อจำเป็นต้องทำให้มั่นใจว่ามีการแก้ไข รายงานผู้รับเหมาที่เก็บใส่แฟ้มโดยไม่มีร่องรอยว่าโรงงานอ่านและทำอะไรต่อ จึงไม่ใช่หลักฐานที่เพียงพอ
2. เปลี่ยนอะไรจากฉบับเดิม
| เรื่อง | ฉบับเดิม | ชุดปี 2025 |
|---|---|---|
| ขนาดของหมวด | มีหกหัวข้อย่อยและเขียนสั้น อยู่ค่อนไปทางท้ายเล่มที่ข้อ 12 | ยังมีหกหัวข้อย่อยเหมือนกัน แต่เลื่อนขึ้นมาอยู่ที่หมวด 7 และเนื้อหาในแต่ละหัวข้อยาวขึ้นเกือบเท่าตัว โดยเฉพาะหัวข้อการเฝ้าระวังกับการควบคุมและกำจัด |
| ข้อกำหนดทั่วไป | พูดถึงการทำความสะอาด สุขลักษณะ และการตรวจวัสดุขาเข้า เพื่อไม่ให้เกิดสภาพที่เอื้อต่อสัตว์พาหะ | เปลี่ยนเป็นข้อกำหนดระดับโปรแกรมว่าต้องจัดทำ นำไปปฏิบัติ คงไว้ และจัดทำเป็นเอกสาร ครอบคลุมการควบคุมสัตว์พาหะ และการป้องกันการดึงดูด การเข้าถึง การอยู่อาศัย และการขยายพันธุ์ |
| ผู้รับผิดชอบ | ระบุให้มีผู้ที่ได้รับมอบหมายดูแลงานควบคุมสัตว์พาหะ หรือดูแลผู้รับเหมาผู้เชี่ยวชาญที่ว่าจ้าง | เพิ่มคำว่ามีความสามารถเข้ามา คือต้องมีผู้ที่ได้รับมอบหมายและมีความสามารถ ซึ่งแปลว่าโรงงานต้องมีหลักฐานว่าคนนั้นมีความสามารถจริง ไม่ใช่เพียงมีชื่อในผังหน้าที่ |
| การควบคุมสารเคมี | ระบุให้โปรแกรมมีรายการสารเคมีที่อนุมัติให้ใช้ในแต่ละพื้นที่ของสถานประกอบการ | เปลี่ยนจากการมีรายการ เป็นการที่องค์กรต้องจัดทำเอกสารแสดงว่าสารเคมีที่ใช้ ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล ใช้ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์โดยผู้ที่มีความสามารถ และไม่ก่อความเสี่ยงปนเปื้อนต่อผลิตภัณฑ์ |
| การป้องกันการเข้าถึง | ระบุให้อาคารอยู่ในสภาพดี ปิดรู ท่อระบายน้ำ และช่องทางเข้าอื่น ประตู หน้าต่าง และช่องระบายอากาศภายนอกต้องออกแบบให้ลดโอกาสสัตว์พาหะเข้า | ระบุให้มีมาตรการที่ได้ผลในการป้องกันการเข้าอาคาร และให้บ่งชี้และบริหารจัดการจุดที่สัตว์พาหะเข้าได้ พร้อมเพิ่มข้อกำหนดให้ลดแหล่งเพาะพันธุ์ที่อาจเกิดขึ้น และย้ายเรื่องการจัดเก็บกลางแจ้งมาไว้ในหัวข้อนี้ |
| การเฝ้าระวังและตรวจจับ | ระบุให้วางอุปกรณ์ตรวจจับและกับดักในจุดสำคัญ มีแผนผังอุปกรณ์ ตรวจตามความถี่ที่กำหนด และวิเคราะห์ผลเพื่อดูแนวโน้ม | คงเรื่องเดิมไว้ครบ แล้วเพิ่มการตรวจพื้นที่ สถานที่ และบริเวณโดยรอบตามความถี่ที่เหมาะสม เพื่อหาร่องรอยการระบาด และเพิ่มข้อกำหนดเรื่องการว่าจ้างภายนอกโดยตรง พร้อมระบุให้วิเคราะห์ผลเพื่อดูทั้งแนวโน้มและประสิทธิผลของโปรแกรม |
| การควบคุมและกำจัด | ระบุเพียงว่าต้องดำเนินมาตรการกำจัดทันทีเมื่อมีรายงานร่องรอยการระบาด จำกัดการใช้สารกำจัดศัตรูพืชไว้เฉพาะผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม และเก็บบันทึกการใช้ | ขยายเป็นหัวข้อที่ยาวที่สุดของหมวด เพิ่มเกณฑ์ว่าเมื่อใดต้องลงมือ การแยกกักผลิตภัณฑ์และพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ การถือว่าผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนเป็นผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย การทวนสอบประสิทธิผลของมาตรการกำจัด และการหาสาเหตุพร้อมแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำ |
| บันทึกการใช้สารกำจัดศัตรูพืช | ต้องระบุชนิด ปริมาณ ความเข้มข้น สถานที่ เวลา วิธีการใช้ และสัตว์พาหะเป้าหมาย | เพิ่มอีกสองรายการคือผลของการใช้สารนั้น และการจัดการผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมระบุชัดว่าต้องบันทึกว่าใครเป็นผู้ใช้ |
3. หัวข้อการควบคุมและกำจัดคือจุดที่เปลี่ยนมากที่สุด
ฉบับเดิมเขียนเรื่องการกำจัดไว้เพียงไม่กี่บรรทัด คือให้ลงมือทันทีเมื่อมีรายงานร่องรอยการระบาด จำกัดผู้ใช้สารกำจัดศัตรูพืชไว้เฉพาะผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม และเก็บบันทึกการใช้ ชุดปี 2025 ขยายเรื่องนี้เป็นหัวข้อที่ยาวที่สุดของหมวด และเพิ่มขั้นตอนที่โรงงานต้องมีเป็นลำดับ
ลำดับที่ชุดปี 2025 คาดหวังเมื่อพบการระบาด
- ตัดสินว่าถึงเกณฑ์ต้องลงมือหรือยัง โดยดูว่าพบสัตว์พาหะในพื้นที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ หรือพบในระดับที่เพิ่มโอกาสการปนเปื้อนของผลิตภัณฑ์
- แยกกักผลิตภัณฑ์และพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ ก่อนลงมือกำจัด
- ดำเนินมาตรการกำจัด ด้วยวิธีทางกล ชีวภาพ หรือเคมี ที่ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่มีอำนาจ โดยผู้ที่มีคุณสมบัติหรือผ่านการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม
- จัดการผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนในฐานะผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย ซึ่งเชื่อมงานหมวดนี้เข้ากับขั้นตอนการจัดการผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของระบบ
- ทวนสอบว่ามาตรการได้ผลจริง และบันทึกผลไว้
- หาสาเหตุของการระบาดและแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำ
สิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มจากของเดิม — โรงงานส่วนใหญ่มีบันทึกการพบและบันทึกการวางเหยื่ออยู่แล้ว แต่สามอย่างที่มักไม่มีคือหลักฐานการแยกกักผลิตภัณฑ์ ผลการทวนสอบว่ามาตรการกำจัดได้ผล และการวิเคราะห์สาเหตุ ทางที่เร็วที่สุดคือทำแบบฟอร์มรายงานเหตุการณ์การระบาดหนึ่งฉบับที่บังคับให้กรอกครบทั้งหกขั้นตอนข้างต้น
4. หลักฐานที่โรงงานควรเตรียม
| หลักฐาน | ผู้รับผิดชอบ | สิ่งที่ผู้ตรวจมักขอดู |
|---|---|---|
| โปรแกรมควบคุมสัตว์พาหะที่เป็นเอกสาร | QA | สัตว์พาหะเป้าหมาย แผนงาน วิธีการ ตารางเวลา และขั้นตอนควบคุม พร้อมหลักฐานว่ายังคงไว้ให้ได้ผลตามที่ตั้งใจ |
| หลักฐานความสามารถของผู้รับผิดชอบ | ฝ่ายบุคคล / QA | ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ประวัติการอบรม และเกณฑ์ที่โรงงานใช้ตัดสินว่าคนนั้นมีความสามารถเพียงพอ |
| เอกสารรับรองสารเคมีที่ใช้ | QA | หลักฐานการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับ ฉลากและคำแนะนำการใช้ และความสามารถของผู้ใช้สารนั้น |
| แผนผังจุดวางอุปกรณ์ตรวจจับ | QA / ผู้รับเหมา | ตำแหน่งกับดักและสถานีเหยื่อ เหตุผลที่เลือกจุดนั้น และการวางที่ไม่ทำให้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือปนเปื้อน |
| บันทึกการตรวจอาคารและพื้นที่โดยรอบ | QA | ความถี่การตรวจ ขอบเขตที่ครอบคลุมถึงบริเวณโดยรอบ ร่องรอยที่พบ และการแก้ไข |
| ทะเบียนจุดที่สัตว์พาหะเข้าได้ | วิศวกรรม / QA | ตำแหน่งรู ท่อระบาย ช่องเปิด สภาพปัจจุบัน แผนปิดหรือควบคุม และหลักฐานว่าทำแล้ว |
| รายงานผู้รับเหมาและบันทึกการทบทวน | QA | ลายเซ็นหรือหลักฐานว่าโรงงานอ่านและทบทวนรายงานเอง พร้อมการติดตามข้อเสนอแนะที่ผู้รับเหมาระบุไว้ |
| การวิเคราะห์แนวโน้มและประสิทธิผล | QA | สรุปจำนวนที่จับได้แยกตามจุดและช่วงเวลา จุดที่มีปัญหาซ้ำ และข้อสรุปว่าโปรแกรมได้ผลหรือไม่ |
| บันทึกเหตุการณ์การระบาดและการกำจัด | QA | สิ่งที่พบ การแยกกักผลิตภัณฑ์และพื้นที่ มาตรการที่ใช้ ผลการทวนสอบประสิทธิผล และสาเหตุที่วิเคราะห์ได้ |
| บันทึกการใช้สารกำจัดศัตรูพืช | QA / ผู้รับเหมา | ชนิด ปริมาณ ความเข้มข้น ผู้ใช้ สถานที่ เวลา วิธีการ สัตว์พาหะเป้าหมาย ผลของการใช้ และการจัดการผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ |
รายการที่โรงงานมักขาดมากที่สุดคือหลักฐานการทบทวนรายงานของผู้รับเหมา และการวิเคราะห์แนวโน้มที่สรุปได้ว่าโปรแกรมได้ผลหรือไม่ สองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ผู้ตรวจใช้ดูว่าโรงงานเป็นเจ้าของโปรแกรมจริงหรือเพียงจ่ายค่าบริการ
5. เล่มรายภาคส่วนเพิ่มอะไรในหมวดนี้
ไม่มีเพิ่มทั้งสองเล่ม — ทั้ง ISO 22002-1:2025 และ ISO 22002-4:2025 ระบุให้ใช้ข้อกำหนดของ ISO 22002-100:2025 ในทุกหัวข้อย่อยของหมวด 7 โดยไม่มีข้อกำหนดเพิ่มเติม โรงงานผลิตอาหารและโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์จึงใช้โปรแกรมควบคุมสัตว์พาหะที่เขียนจากฐานเดียวกันได้ ต่างกันเพียงสัตว์พาหะเป้าหมายและจุดเสี่ยงที่มาจากลักษณะของกระบวนการ
จุดที่ผู้ตรวจมองหาคือหลักฐานว่าโรงงานทบทวนรายงาน วิเคราะห์แนวโน้ม และแก้ที่สาเหตุ เรารับตั้งแต่ทบทวนโปรแกรมและสัญญาผู้รับเหมา ออกแบบแบบฟอร์มรายงานเหตุการณ์ให้ครบขั้นตอน ไปจนถึงอบรมทีมงานให้ตอบผู้ตรวจได้ตรงประเด็น
- อบรม ISO 22002-100:2025ข้อกำหนดส่วนกลางที่ทุกภาคส่วนต้องใช้
- อบรม ISO 22002-1:2025โปรแกรมพื้นฐานสำหรับโรงงานผลิตอาหาร
- อบรม ISO 22002-4:2025โปรแกรมพื้นฐานสำหรับโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร
- ที่ปรึกษาวางระบบ ISO 22000ให้โปรแกรมพื้นฐานกับการวิเคราะห์อันตรายทำงานร่วมกัน
บทความนี้สรุปสาระและการเปลี่ยนแปลงด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือเอกสารอย่างเป็นทางการของ ISO และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานที่แนะนำเป็นแนวทางจากประสบการณ์วางระบบ ไม่ใช่รายการที่มาตรฐานกำหนดไว้ องค์กรควรกำหนดหลักฐานให้เหมาะกับกระบวนการของตนเองและอ่านถ้อยคำของข้อกำหนดจากเล่มจริง กำหนดเวลาการบังคับใช้ของโครงการรับรองให้ยืนยันกับผู้ให้การรับรองของท่าน
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
